วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การเมืองระหว่างประเทศก็จะมีเรื่องของความเป็นพันธมิตรระหว่างกันของประเทศต่างๆ ด้วยการจัดทำข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ เพื่อร่วมกันปฏิบัติการและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อเป้าหมายหนึ่งใด เช่น ร่วมกันป้องกันตัวเองจากภยันตราย หรือการคุกคามจากประเทศ หรือกลุ่มประเทศอื่นๆ
ในบางกรณี บางประเทศจะต้องพึ่งพาอีกประเทศหนึ่งที่มีพลังอำนาจเหนือกว่า เพื่อความอยู่รอดของตนเอง เช่นการที่ไต้หวัน, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น หรือฟิลิปปินส์ ต่างต้องพึ่งพากำลังทหาร และอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกา เพื่อการป้องกันคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยจากการคุกคามจากประเทศที่ 3 เช่น จีน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย หรือนัยหนึ่งคือต้องอยู่ภายใต้ร่มชายคาของอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (Nuclear Umbrella)
แต่บางประเทศก็ไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับประเทศมหาอำนาจ หรือเข้าร่วมกันเป็นพันธมิตรภายใต้ ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือดังกล่าว มักประสงค์จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือไม่ก็ไปรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่กับฝ่ายใด (Non-aligned/Non-alignment) โดยมีการประสานท่าทีกันในเรื่องต่างๆ ในเวทีโลก และเวทีภูมิภาค
แต่ทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น ก็มิได้หมายความว่าทุกประเทศสมาชิกจะมีการเข้าแถวอย่างพร้อมเพรียง เชื่อฟัง และเคารพในมติของส่วนใหญ่ หรือของส่วนรวม โดยทั่วไปก็มักจะมีบางประเทศที่ชอบแตกแถวออกไปบ้างเป็นครั้งคราว หรือเป็นการถาวร เพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง เพื่อบ่งบอกว่ายังมีความเป็นอิสระ ไม่ขึ้นต่อมติของส่วนรวม หรือไม่ขึ้นต่ออาณัติหรืออิทธิพลของประเทศมหาอำนาจ อันเป็นการวางตัวในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ที่ใช้หลักหรือยุทธศาสตร์ความเป็นตัวของตัวเอง หรือการเป็นเอกเทศ (Strategic Autonomy)
ในปัจจุบันมีประเทศที่จัดได้ว่ากำลังมุ่งมั่นที่จะมีความเป็นตัวของตัวเองให้ได้มากที่สุด ก็คงไม่พ้นประเทศเตอรเกีย ซึ่งเป็นสมาชิกองค์การนาโตที่มีประเด็นกำลังเผชิญหน้าอยู่กับรัสเซีย แต่เตอรเกียก็กลับสามารถมีความสัมพันธ์กับรัสเซียเป็นพิเศษได้
นอกจากนั้นก็ยังมีประเทศบราซิลที่กำลังทำตัวหลีกเลี่ยงการมีภาพว่าเป็นเด็กภายใต้อิทธิพล หรืออยู่ในอาณัติของสหรัฐอเมริกา โดยไปมีบทบาทสำคัญในเรื่องการจัดตั้งองค์การร่วมมือ BRICS กับจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นการท้าทายการครอบงำของกลุ่ม 7 ประเทศพัฒนาแล้ว (Group of Seven – G7) ที่ต่างมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ นำโดยสหรัฐอเมริกา โดยกลุ่ม BRICS พยายามจะเป็นสุ้มเป็นเสียงให้กับประเทศส่วนใหญ่ของโลกที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา
ยังมีประเทศอินเดียที่แม้จะเป็นสมาชิกขององค์การร่วมมือสี่เส้า (QUAD) ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย แต่ทว่า อินเดียก็มีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับรัสเซีย และไม่ยอมอ่อนข้อให้กับจีน แม้ว่าจะร่วมมือกันในกรอบขององค์การ BRICS ก็ตาม
ทั้งสามประเทศดังกล่าวจัดได้ว่ากำลังดำเนินนโยบายต่างประเทศ และมีบทบาทในการเมืองระหว่างประเทศด้วยหลัก Strategic Autonomy โดยอีกประเทศหนึ่งที่กำลังมีความโดดเด่นขึ้นมาเป็นลำดับของการใช้หลัก Strategic Autonomy ก็คือ อินโดนีเซีย ที่โดยตลอดมาได้ยึดหลักการไม่ฝักใฝ่กับฝ่ายใด และคบหาสมาคม ซึ่งรวมถึงการร่วมมือการซ้อมรบกับทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย และมีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับออสเตรเลียที่เป็นพันธมิตรอันสำคัญของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น อีกทั้งอินโดนีเซียก็พยายามที่จะมีบทบาทโดดเด่นในโลกมุสลิม และกลุ่ม G20 ซึ่งประกอบด้วยประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาชั้นนำ ขณะที่ทวีปแอฟริกาก็จะมี 2 ประเทศที่กำลังวางตัวด้วยหลัก Strategic Autonomy คือ แอฟริกาใต้ และไนจีเรีย
ในการนี้ประเทศที่ยึดหลัก Strategic Autonomy ดังกล่าว ก็ได้หันมากระชับความร่วมมือกันมากขึ้นในนามของประเทศ Global South ซึ่งโลกก็คงจะได้เห็นการใช้การทูต และการเจรจาเป็นแนวทางของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติมากขึ้น เพราะต่างก็สามารถพูดจาได้กับบรรดาประเทศมหาอำนาจทั้งหลายได้อย่างกว้างขวาง แม้จะไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปคุกคามประเทศมหาอำนาจ และประเทศที่พัฒนาแล้วแต่อย่างใด
สำหรับประเทศไทยเรามีปัจจัยพร้อมที่จะวางตัวเพื่อดำเนินนโยบาย Strategic Autonomy ได้ แต่ก็มีอุปสรรค ซึ่งได้แก่ ความไม่รู้เรื่อง ความไม่ตระหนัก ของชนชั้นกลางเมือง (The political class)
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ถึงเวลารักตัวเอง! KLEAR ส่ง ไม่เจ็บเลยสักวัน (I Choose Me)
เปิดเกม 3 กระดาน! ยุทธศาสตร์ ศุภจี รับมือศึกกุ้งไทย-มาเลเซีย
รัฐบาลเผย ไทยช่วยไทย พลัส กระแสตอบรับดี ยอดใช้จ่ายทะลุ 14,099 ล้าน
ข่าวดีรับ Pride Month ยาฮอร์โมนข้ามเพศ สิทธิบัตรทอง พร้อมบริการเดือนนี้
ทรัมป์ สวนกระแสรักษ์โลก ทุ่ม2หมื่นล้าน อุ้มอุตสาหกรรมถ่านหิน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี