วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569
การเมืองร่วมสมัยของสหราชอาณาจักร(อังกฤษ) ในระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรค Conservative กับพรรคแรงงาน (The Labour) โดยสลับกันแพ้กันชนะ หรือผลัดเปลี่ยนกันเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านจนกระทั่งบัดนี้ ในขณะที่พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrat)ซึ่งเคยมีชีวิตชีวา และได้รับโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแบบผู้น้อย (Junior Partner) ก็ค่อยๆ จืดจางหายไปจากสนามการเมืองอังกฤษ
แต่สนามการเมืองอังกฤษก็ไม่ได้เงียบเหงาไปเสียหมด เพราะมีพรรคเกิดใหม่ขึ้นมาอย่างน้อย 2 พรรค คือพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) กับพรรคกรีนแห่งอังกฤษและเวลส์ (Green Party) ที่เมื่อเริ่มต้นก็เสมือนนักกีฬาที่ยังอยู่ที่ขอบสนาม แต่มาบัดนี้จากการหยั่งเสียงล่าสุด พรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร และพรรคกรีนแห่งอังกฤษและเวลส์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นพรรคที่ได้รับการชื่นชมสนับสนุนเป็นที่ 1 ที่ 2 ตามลำดับ และแวดวงการเมืองทั้งคอการเมืองและเกจิอาจารย์ก็ได้มีการประเมินคาดเดากันว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปในคราวหน้าพรรคปฏิรูปฯ และพรรคกรีนฯ จะกุมชัยชนะกันอย่างท่วมท้น โดยพรรคปฏิรูปฯ จะดึงเสียงมาจากพรรค Conservative แล้วก็ได้รับการสนับสนุนจากพวกเสรีประชาธิปไตยอีกด้วย ส่วนพรรคกรีนฯ นั้น ก็จะเข้าไปเอาคะแนนมาจากพรรคแรงงานและกลุ่มชนรุ่นหนุ่มรุ่นสาวซึ่งในการนี้ทั้งพรรค Conservative และพรรคแรงงาน ก็จะเสมือนกับพระอาทิตย์ตกดิน และโอกาสที่จะกลับมาเป็นพระอาทิตย์ขึ้นก็ดูจะริบหรี่
สังคมก็เลยมีคำถามว่า แล้วทำไมพรรคเก่าแก่ทั้งสองถึงตกต่ำถึงขนาดนั้น?
ก็มีคำตอบเชิงวิเคราะห์ว่า ทั้งสองพรรคในระยะหลังๆ มีแต่ผู้นำที่ขาดวิสัยทัศน์ ขาดบุคลิกที่ดึงดูดใจ(Charisma) และการนำพาพรรคและการบริหารราชการมักจะเป็นไปในทิศทางของการอยู่ให้รอดไปวันๆ หนึ่ง ไม่กล้าได้กล้าเสีย ขาดความเด็ดเดี่ยวและแน่ชัด ส่วนพรรคเสรีประชาธิปไตยก็มีปัญหาเรื่องคุณภาพของผู้นำพรรคเช่นกัน อีกทั้งพรรคก็มักจะติดกับอยู่กับเรื่องหลักการ และการขับเคลื่อนในเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยลืมเลือนจากความจำเป็นที่จะต้องมีนโยบาย และมาตรการเกี่ยวกับปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนพลเมือง เสมือนว่ามุ่งแต่เรื่องประชาธิปไตย “ที่กินไม่ได้”
ในขณะเดียวกัน พรรคปฏิรูปฯ และพรรคกรีนฯ ก็มีผู้นำที่เด็ดเดี่ยวในจุดยืนและท่าที และสามารถสื่อสารกับสาธารณชนได้ ให้ความเป็นผู้นำและความน่าเชื่อถือต่อประชาชนพลเมืองได้ โดยทั้งสองพรรคต่างก็มุ่งมั่นที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงสังคมตามอุดมการณ์และนโยบายของตน ที่ประชาชนพลเมืองจะมีความเข้าใจและมีความรู้สึกว่าจับต้องได้ และเอาจริงเอาจัง เช่น
ในเรื่องของการมีระบบที่จะรับมือกับการลักลอบของผู้คนเข้าประเทศ กับการส่งเสริมและเสริมสร้างความเป็นพลเมืองอังกฤษที่เหมาะสม ไปจนถึงเรื่องของการทำธุรกิจทั้งอุตสาหกรรมและภาคเกษตร ที่ไปด้วยได้กับการทะนุถนอมสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และการมีบทบาทของอังกฤษในเวทีระหว่างประเทศ ที่มุ่งไปในทิศทางของการร่วมมือกัน และสะท้อนความยิ่งใหญ่และความเจริญก้าวหน้าของอังกฤษที่จะช่วยจรรโลงความเป็นไปในโลกกว้าง และทิศทางของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และพัฒนาความเจริญก้าวหน้าร่วมกัน
การเมืองนั้นมีขึ้นมีลงเป็นธรรมดาทั้งพรรค Conservative และพรรคแรงงาน แม้กระทั่งพรรคเสรีประชาธิปไตยต่างก็มีประสบการณ์ทางการเมืองอย่างใหญ่หลวง และฉะนั้นก็อยู่ในวิสัยที่จะรับสภาพและปรับปรุงตัวเองให้เหมาะสมโดยเอาเรื่องของสังคมประเทศชาติ และของประชาชนพลเมืองเป็นที่ตั้งมากกว่าการคำนึงถึงผลประโยชน์ในระยะสั้นของตนเอง เป็นการเล่นการเมืองเพื่อตนเอง มิใช่เป็นการเล่นการเมืองเพื่อประเทศชาติ
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ผอ.สั่งสอบด่วน ครูสาวร้อยเอ็ดโยงชู้นายสิบ ผิดจริงไล่พ้นพื้นที่
เพจประชาคมแพทย์ ชำแหละ พรรคส้มกับโจทย์วุฒิภาวะ ในการบริหารประเทศ
“ธงรบ”นำพรรควิชชั่นใหม่ ชูนโยบายอนาคตที่ไร้ดอกเบี้ย
กต.เตรียมทำหนังสือประท้วงกัมพูชา หลังกระสุนปืน ค.ตกพื้นที่ช่องบก
กลับถึงไทยแล้ว!สมบัติล้ำค่า'ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย'หลังถูกขโมยไป 60 ปี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี