วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
อีกสองอาทิตย์ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52 ล้านคนก็ได้ออกไปกาบัตรเลือกตั้งหมายเลขพรรคที่ตนรักและผู้สมัครที่ตนชอบ ในขณะที่สื่อหลักแข่งกันเสนอข่าวพรรคการเมืองที่คาดว่า จะชนะเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง
สื่อคาดการณ์ต่างๆ นานา ว่า 3 พรรคใหญ่ส้ม แดง น้ำเงิน ใครได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สื่อบางสำนักไปไกลถึงขนาดตั้งรัฐบาลผสมล่วงหน้าเป็นส้มผสมแดงบวกพรรคอันดับห้า บางสำนักฟันธงว่าน้ำเงิน+แดง+สีฟ้า แต่ดูเหมือนว่า สื่อทุกสำนักยังสับสนระหว่างส้มกับฟ้าสีไหน จะได้ สส.เข้าสภามากที่สุด
สื่อไม่กล้าฟันธง เพราะสับสนผลโพลต่างๆ ที่ออกมา รวมทั้งซูเปอร์โพล สวนดุสิตโพล และนิด้าโพล ซึ่งน่าเชื่อมากกว่าสำนักใด แต่ที่ยังสงสัยคือว่า นิด้าโพล เผยแพร่ผลสำรวจออกมาเหมือนกับโพลสำนักอื่นๆ ที่ว่า สีส้มได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง สีแดงมาอันดับสอง ส่วนน้ำเงินมาอันดับสาม
น่าประหลาดใจ คือ ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ผู้อำนวยการนิด้าโพลรับเชิญไปออกรายการทีวีรายวัน และยืนยันกับทุกรายการว่า สีน้ำเงินมาเป็นอันดับหนึ่ง พรรคส้มความนิยมตกลงมาก จากข้อหาและข้อครหาที่ถาโถมเข้ามา พรรคส้มอาจได้ สส.เข้าสภาน้อยกว่าเลือกตั้งปี 2566
ดร.สุวิชากล่าวว่า ความนิยมน้ำเงินเพิ่มขึ้นสูงหลังจากทำโพลครั้งแรกวันที่ 10 มกราคม ในขณะที่ความนิยมพรรคส้มตกลงเรื่อยมาแต่น่าประหลาดใจที่โพลนิด้า ยังเสนอผลสำรวจว่าพรรคส้มมาอันดับ 1 ทิ้งห่างจากสีแดง อันดับสอง และน้ำเงิน อันดับสาม 38% ต่อ 19 และ 18% สีฟ้าครองอันดับ 4 ได้รับความนิยม 15 14 หรือ 12% ขึ้นอยู่กันสื่อค่ายไหนจัดเรตติ้งให้
การเสนอข่าวของสื่อเข้าใจได้ว่า ได้รับการสนับสนุนหรืออยู่กับนายทุนสีไหน แต่ที่ไม่เข้าใจ คือ การเสนอผลสำรวจของสำนักโพลทุกค่าย และเราก็ถึงบางอ้อ เมื่อ อดีตกกต. กับนักวิชาการออกมาแฉว่า บางสำนักเป็นโพลรับจ้างสร้างกระแสซึ่งอาจมีผลในการชี้นำผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
รองศาสตราจารย์ สมชัย ศรีสุทธิยากรอดีตกกต.ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้งแฉ กับทีวีสีช่อง 7 ในรายการ“ยิ่งคุยยิ่งลึก”ของอาจารย์ยิ่งศักดิ์ เมื่อวันที่ 18 มกราคม ว่า“โพลรับจ้างสร้างกระแสชี้นำมีอยู่มาก”
คำพูดของอดีต กกต.ได้รับการตอกย้ำจาก ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยารังสิต ซึ่งออกรายการเดียวกัน เล่าประสบการณ์ตรงโพลรับจ้างว่า “ก่อนการเลือกตั้งปี’66 มีเพื่อนนักวิชาการขอให้พาไปพบ “ลุงผู้มีบารมีทางการเมืองท่านหนึ่ง” โดยเพื่อนบอกว่า “ขอเงินสี่-ห้าล้านบาท” เพื่อทำโพลปั่นกระแสให้ความนิยมลุงท่านนั้นพุ่งสูงขึ้น ดร.วันวิชิตกล่าวด้วยว่า เขาตัดญาติขาดมิตรกับเพื่อนนักวิชาการคนนั้นและบอกทุกคนว่าอย่าให้นักวิชาการคนนั้นเข้าพบลุง
การพูดออกทีวีของนักวิชาการสองท่าน เมื่อนำมาพิจารณา อนุมานได้ว่าโพลรับจ้างและสื่อบางสำนักปั่นกระแสความนิยมให้พรรคเจ้าของสื่อมีจริง ผลสำรวจโพลบางสำนักจึงไม่เป็นที่น่าเชื่ออีกต่อไป
ดังที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ได้รับความนิยมสูงสุดในภาคใต้ และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นหลายเท่าในกรุงเทพมหานคร ความนิยม ปชป.ในภาคใต้สูงถึง 40% ในกทม.เพิ่มจาก 2% เป็น 12 และ 14.5% ตามลำดับ แต่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่สามารถประเมินสส.เขตจากการเลือกตั้งว่าได้จำนวนเท่าไหร่
“จากการพบปะประชาชนเราได้รับการต้อนรับอบอุ่นมากเชื่อว่า ความนิยมในส่วนของพรรคสูงขึ้นหลายเท่า แต่ในส่วน สส.เขตยังไม่กล้าประเมินเนื่องจาก พรรคที่ไม่มีกระแสนิยมไม่ติดอันดับในโพลแต่พรรคนั้นยังมั่นใจว่าได้ สส.เข้าสภามาก”
ประมวลจากโพลสำนักต่างๆ ระบุว่า ปชป.มาอันดับ 4 จากทุกโพล ได้รับความนิยมสูงสุดในภาคใต้และได้รับความนิยมสูงขึ้นใน กทม.จึงประเมินได้ว่า ปชป.จะได้ สส.เข้าสภามากกว่าเลือกตั้งปี 2566 หลายเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้ ที่อดีตรัฐมนตรีบางรายและนักการเมืองย้ายพรรคเกิดอาการหวั่นไหวกับกระแส “สมบัติพ่อเฒ่าสู้สีเทา ใบเทา”
สื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นไวรัลในภาคใต้เวลานี้ และดูเหมือนว่าจะแพร่หลาย แชร์กันเป็นไวรัลมากขึ้นทุกวัน คือวลีที่ ว่า “ปชป.สมบัติพ่อเฒ่า” และ “สมบัติพ่อเฒ่า สู้กับใบเทา สีเทา”
สมบัติพ่อเฒ่าคนใต้ถือว่าเป็นสิ่งมีค่าต้องรักษาไว้ คนใต้เรียกคุณตาว่า “พ่อเฒ่า” และถือว่า มรดกตกทอดจากพ่อเฒ่าเป็นสิ่งที่คนใต้หวงแหน คนใต้จึงมีงานเดือนสิบเป็นประเพณีรับ-ส่งตายายคือประเพณีทำบุญให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว คนใต้จึงหวงแหนสมบัติปู่ย่าตายายหรือสมบัติพ่อเฒ่า
ว่ากันว่า มีคณะหนังตะลุงไปแสดงแก้บนในวัดแห่งหนึ่ง ที่มีข่าวลือว่า นักเลงขาใหญ่ในพื้นที่ออกเดินสายจดชื่อชาวบ้านชักชวนเป็นสมาชิกพรรคการเมืองบางพรรคพร้อมกับเสนอให้ปัจจัยเป็นแบงก์ใบสีเทา
คงมีคนให้ข้อมูลนายหนัง เขาจึงพูดผ่านไอ้เท่งกับไอ้หนูนุ้ยว่า “มึงได้แล้วหม้ายใบเทาเท่นายหัวให้ไปเป็นสมาชิกพรรค..” หนูนุ้ยตอบว่า..”ฟ้าผ่า..กู้ไม่ขายสมบัติพ่อเฒ่าเหมือนโหม๋ย้ายพรรค ประชาธิปัตย์เป็นสมบัติพ่อเฒ่า..โหม๋เราเลือก ปชป.มาตั้งโปย่าตายาย กู้ไม่ขายเสียงฟ้าผ่าไปเด่..”
มีคนนำคำพูดตลกหนังตะลุงไปโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า “ปชป.สมบัติพ่อเฒ่า และ “สมบัติพ่อเฒ่าโส้ (สู้) ใบเทา สีเทา” กลายเป็นไวรัลแพร่หลายไปทั่วภาคใต้ ที่เมื่อพูดถึง ปชป.ก็ได้ยินคำว่า “สมบัติพ่อเฒ่า”แสดงถึงความผูกพันมีเยื่อใยกับ ปชป.เวลานี้“สมบัติพ่อเฒ่า” กำลังแพร่หลายเป็นไฟลามทุ่ง ทำให้อดีตรัฐมนตรีและผู้สมัคร สส.หลายคนที่ย้ายจาก ปชป.ไปสมัครพรรคอื่นเกิดอาการหวั่นไหว ต้องใช้ใบท่อมช่วยหาคะแนน(ใบกระท่อมเป็นสแลงของแบงก์สีเทา)
นี่ก็เป็นวิถีของคนใต้ที่เล่นคำ รณรงค์ให้สู้นักการเมืองสีเทาและแบงก์สีเทา อีกวลีหนึ่งที่เป็นไวรัลในภาคใต้ คือ “มึ้งได้ใบท่อมแล้วหม้าย”
สำนวนที่ว่า “ปชป.เป็นสมบัติพ่อเฒ่า และสมบัติพ่อเฒ่าสู้ใบท่อมใบม่วง” เป็นการประกาศสงครามกับสีเทาและการซื้อเสียงอย่างจริงจังที่สำนักโพล และสื่อกระแสหลักไม่อาจเข้าใจ แต่มันได้พิสูจน์แล้วจากการเลือกตั้ง อบต. เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผู้สมัครนายก อบต.อย่างน้อยสองตำบล แพ้คะแนน Vote No และมีอีกหลายสิบหมู่บ้านที่ Vote No ชนะผู้สมัครชิงอบต.
ปรากฏการณ์วันที่ 11 มกราคมไม่ใช่เรื่องใหม่ในการต่อต้านการเลือกตั้งไม่ชอบมาพากลในภาคใต้ การเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้เป็นโมฆะ การต่อต้านเลือกตั้งพรรคเดียวครั้งนั้นส่วนใหญ่การรณรงค์ต่อต้านมาจากเขตเลือกตั้งในภาคใต้
ทั้งหมดที่เล่ามาเพื่อให้เข้าใจว่า ธรรมชาติการเลือกตั้งของคนใต้เป็นอย่างไร การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ปชป.ต้องสู้กับสีเทาและใบสีเทา แต่เมื่อมองลึกลงไปถึงธรรมชาติของคนใต้ จึงพูดได้ว่าคนใต้กาบัตรให้ ปชป.ชนะสีเทา และแบงก์ใบสีเทา มีความเป็นไปได้สูงมาก
โหวตเตอร์ในภาคใต้มีเยื่อใยต่อ ปชป.คล้ายกับคนกทม.และภาคกลาง โหวตเตอร์กลุ่มนี้ห่างเหิน ปชป.ในห้วงเวลาที่ผู้บริหารพรรคนำ ปชป.ออกนอกเส้นทางที่ยึดมั่นมายาวนาน วันนี้ ปชป.ล้างบ้านครั้งใหญ่นายอภิสิทธิ์กลับมานำ ปชป.ด้วยนโยบายการเมืองสุจริต ฟื้นเศรษฐกิจไทยด้วยคนทำเป็น
ความซื่อสัตย์สุจริต ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ฟื้นฟูประเทศไทยในยามวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตการเมือง ตลอดถึงแก้ปัญหาความขัดแย้งไทยกัมพูชา ในปี 2554 ที่เกิดปะทะกัน 12 วัน ศพทหารกัมพูชาทิ้งเน่าเกลื่อนบริเวณปราสาทตาควาย
ความรู้ความสามารถ อุดมการณ์รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และความซื่อสัตย์ของนายอภิสิทธิ์ จะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เลือกกาบัตรให้ ปชป.มากพอเป็นตัวแปรสำคัญในการฟอร์มรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านหลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์
หากตัดผลโพลที่สับสนออกไป ใช้สามัญสำนึกมาประกอบการพิจารณาจะพบว่า หลังการเลือกตั้ง ปชป. เป็นตัวแปรสำคัญในรัฐบาลผสมที่มีสีน้ำเงินเป็นแกนนำ จากประมาณการว่า น้ำเงินได้ สส.เข้าสภา 150 คนบวกลบ สีฟ้า ได้ สส. 50 คนบวกลบ สีแดงที่มีข้อบกพร่องมากมายระหว่างเป็นรัฐบาลสองปีก่อนหน้าคาดว่าได้ สส.เข้าสภา 80 คนบวกลบ
สีน้ำเงินไม่ยอมปล่อยสีฟ้าไปเป็นฝ่ายค้านได้ เพราะอาจทำให้รัฐบาลอายุสั้นเกินความคาดหมาย จึงสรุปง่ายๆว่า รัฐบาลชุดต่อไปน้ำเงิน+ฟ้าและลากแดงเข้ามาร่วมด้วยความจำใจ
สุทิน วรรณบวร

มดดำ คชาภา ลั่น หากพรรคประชาชนมา น็อต วรฤทธิ์ ไม่ต้องมา เพื่อความสบายใจของทุกคน
ไชยาไม่ทน! บุกโรงพักศรีบุญเรือง แจ้งความพี่ชายผู้สมัครพรรคใหญ่ เผยแพร่ข้อมูลเท็จ
สีหศักดิ์ ผลักดันความร่วมมือสากลแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์
โซเชียลแห่แชร์ แม่น้อย ดูดวงให้ ทนายแก้ว กลางรายการดัง ผ่านมา 1 ปีเรื่องที่ทักเกิดขึ้นจริง
มหากาพย์ร้านตัดสูท ทนายเป้ง โต้ ทนายแก้ว ใครกันแน่เป็นฝ่ายเสนอเงินจบคดี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี