Logo วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ปรีชา'ทัศน์
ปรีชา'ทัศน์

ปรีชา'ทัศน์

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ประชาธิปไตยทางการคลัง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

วันจันทร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเผยข้อมูลสรุปการส่งนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ในการเลือกตั้งวันที่8 กุมภาพันธ์ 2569 มีทั้งสิ้น 527 นโยบาย จาก51 พรรคการเมือง พร้อมข้อมูลวงเงินงบประมาณที่แต่ละพรรคต้องใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว เช่น

พรรคกล้าธรรม มี 38 นโยบาย ใช้วงเงิน 2,272,230 ล้านบาท


พรรคประชาธิปัตย์ มี 91 นโยบาย ใช้วงเงิน 2,124,200 ล้านบาท

พรรคประชาชน มี 36 นโยบาย ใช้วงเงิน 741,835 ล้านบาท

พรรคเพื่อไทย มี 57 นโยบาย ใช้วงเงิน 243,300 ล้านบาท

พรรคภูมิใจไทย มี 8 นโยบาย ใช้วงเงิน 148,326 ล้านบาท

ขณะที่ งบประมาณแผ่นดินปี 2569 รัฐบาลตั้งวงเงินรายจ่ายไว้ 3,780,600 ล้านบาท ซึ่งต้องใช้จ่ายในงบประจำ 2,654,642 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังต้องชดใช้หนี้เงินคงคลังที่รัฐบาลเบิกมาใช้ในปีก่อน จำนวน123,541 ล้านบาท และต้องชำระหนี้ต้นเงินกู้อีก151,200 ล้านบาท ตามที่กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐกำหนดไว้ ดังนั้น รัฐบาลจึงเหลืองบลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศอีกเพียงแค่ 861,736 ล้านบาท

ทั้งนี้ รัฐบาลประมาณการรายได้ไว้ที่ 2,920,600 ล้านบาท ทำให้ต้องกู้เงินเพิ่มอีก 860,000 ล้านบาท เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ

ดังนั้น คำถามที่น่าสนใจ ก็คือ พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นแกนนำหรือพรรคร่วมรัฐบาลจะเข้าไปบริหารจัดการงบประมาณอย่างไร เพื่อขับเคลื่อนนโยบายตามที่หาเสียงไว้

ในระบอบประชาธิปไตย การที่พรรคการเมืองต่างแข่งขันกันออกนโยบายเพื่อเอาอกเอาใจและทำประโยชน์ให้ประชาชนนั้นนับเป็นเรื่องที่ดี ไม่ผิดแต่ประการใด ตราบใดที่อยู่ในกรอบกฎกติกา “ประชาธิปไตยทางการคลัง”

กล่าวคือ พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสามารถเข้าไปผลักดันนโยบายที่เคยใช้หาเสียงไว้กับประชาชนอย่างไรก็ได้ตราบใดที่ไม่ใช้เงินภาษีเกินกว่าที่ประชาชนยินยอมจ่ายและต้องไม่แอบไปหาเงินจากแหล่งอื่นมาใช้จ่าย โดยปราศจากความเห็นชอบของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการแอบไปกู้เงิน สร้างภาระผูกพันทางการคลัง หรือซุกหนี้ โดยที่ประชาชนไม่รับรู้

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การใช้จ่ายเงินภาษีที่ประชาชนยินยอมจ่าย รัฐบาลจะใช้จ่ายตามอำเภอใจไม่ได้

การจ่ายเงินต้องเป็นไปตามมติของสมาชิกรัฐสภาแต่อย่างเดียว เพราะในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนนั้น ประชาชนจะแสดงเจตนารมณ์ผ่านการเลือกตั้งตัวแทนเข้าไปเป็นสมาชิกรัฐสภา ดังนั้น “มติของรัฐสภา” ก็คือกฎหมายที่รัฐสภาแสดงเจตจำนงในนามตัวแทนของประชาชน ที่ยินยอมให้รัฐบาลมีอำนาจในการใช้จ่ายเงิน เก็บภาษี กู้เงินและบริหารหนี้สาธารณะผ่านกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนเงินงบประมาณ กฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ หรือกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ

ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องใช้จ่ายเงินแผ่นดินภายใต้กรอบของกฎหมายการคลังเหล่านี้เท่านั้น จะกระทำการใดๆ นอกเหนือไปจากเจตจำนงของประชาชนตามที่ปรากฏในกฎหมายเหล่านี้มิได้

นี่คือ หลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยทางการคลัง ที่จะดำรงรักษาดุลการคลังและสร้างความยั่งยืนทางการคลังให้กับรัฐ

ในทางตรงข้าม ประชาธิปไตยที่ไร้ข้อจำกัดทางการคลัง เช่น การทำนโยบายประชานิยมแบบลด แลก แจก แถมของรัฐบาลหรือพรรคการเมืองนั้นกลับจะกลายเป็นสนามแข่งขันของการแจกจ่ายผลประโยชน์มากกว่าการสร้างกติกาทางการคลังที่ยั่งยืน

นโยบายประเภท “สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท” ที่ถึงแม้จะใช้งบประมาณไม่สูงมากประมาณ 3,285 ล้านบาทต่อปี (ไม่รวมต้นทุนการบริหารจัดการนโยบายนี้) เมื่อเทียบกับงบประมาณแผ่นดินปี 2569จำนวน 3.78 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 0.087%ของงบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของนโยบายแบบนี้กลับไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงิน หากอยู่ที่การรับรู้ของประชาชนว่า เงินก้อนนี้มาจากไหน และใครเป็นผู้แบกรับต้นทุน

นโยบายประเภทนี้ จะสร้าง “ภาพลวงตาทางการคลัง” (Fiscal Illusion) ซึ่งหมายถึง การที่ผู้คิดนโยบายใช้กลไกการสื่อสาร การออกแบบงบประมาณ การจัดวางเวลา เพื่อให้ประชาชนรับรู้ผลประโยชน์ได้ชัดเจนกว่าต้นทุน และรู้สึกถึงความมั่งคั่งส่วนตน มากกว่าภาระการคลังที่แท้จริงของส่วนรวม

การสร้างภาพลวงตาทางการคลัง ทำให้ประชาชนมีแนวโน้มที่จะประเมินนโยบายพรรคการเมืองที่แข่งขันกันนำเสนอจาก “ผลประโยชน์ที่มองเห็นได้ทันที” มากกว่า “ต้นทุนถูกซ่อนอยู่” ในโครงสร้างภาษีและหนี้สาธารณะ และยังถูกเลื่อนเวลาการชำระออกไป

ในการเมืองแบบประชานิยม ภาพลวงตาทางการคลังไม่ได้เป็นผลข้างเคียงของการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ แต่เป็นเทคนิคทางการเมืองที่สำคัญที่ใช้วิธีทางการคลังเพื่อซื้อความนิยมในระยะสั้น โดยผลักภาระต้นทุนไปสู่อนาคต เป็นการใช้จ่ายโดยไม่ต้องอธิบายต้นทุนระยะยาว สร้างผลประโยชน์เฉพาะหน้าให้กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และโยนภาระหนี้ไปสู่ผู้เสียภาษีในอนาคต ซึ่งยังไม่มีสิทธิมีเสียงทางการเมือง

ฉะนั้น ผู้เสียประโยชน์หลักของการสร้างภาพลวงตาทางการคลังก็จะกลายเป็น ผู้เสียภาษีในอนาคตคนรุ่นใหม่ และผู้ไม่มีอำนาจต่อรองทางการเมือง

เมื่อพรรคการเมืองเสนอว่า “จะสร้างเศรษฐีเพิ่มวันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท” ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงทำหน้าที่เป็นภาพลวงตาทางการคลัง แต่ยังเป็น“ภาพลวงทางการเมือง” ที่เน้นผลลัพธ์ด้านบวก แต่ไม่เปิดเผยต้นทุนเชิงโครงสร้าง นอกจากนั้น การเลือกใช้คำว่า “เศรษฐี” ซึ่งเป็นคำที่มีพลังเชิงสัญลักษณ์ในสังคมไทย อันแสดงถึงสถานะความมั่งคั่ง อธิบายสถานะทางรายได้ และเปลี่ยนนโยบายของพรรคการเมืองให้กลายเป็นเรื่องราวความสำเร็จส่วนบุคคล

ในทางการเมือง ผู้ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้มีตัวตนชัดเจน มีชื่อ มีเรื่องเล่า มีภาพถ่าย และมีพื้นที่ในสื่อ ขณะที่ผู้เสียต้นทุนนั้นเป็นนามธรรม ไม่มีหน้า ไม่มีเสียง และไม่มีสื่อ

ภาพลวงตาทางการเมืองและการคลังของนโยบายเช่นนี้ ทำให้ผลประโยชน์ของบุคคลเห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ขณะที่ต้นทุนทางการคลังสาธารณะยังคงเป็นนามธรรมที่มองไม่เห็น เพราะต้นทุนของนโยบายนี้ยังไม่ได้ถูกเรียกเก็บจากใครโดยตรง ไม่มีภาษีใหม่ ไม่มีใบแจ้งหนี้ ไม่มีความรู้สึกสูญเสียอะไรในเฉพาะหน้า

หรือ.....ถ้าต้องจ่าย ก็จ่ายเพียงเล็กน้อย เพราะเมื่อทุกคนจ่ายเล็กน้อย ก็ไม่มีใครรู้สึกว่าตนเองจ่าย และนี่คือหัวใจของภาพลวงตาทางการเมืองและการคลังของนโยบายประเภทนี้ ที่มีพลังทางการเมืองสูงเกินขนาดของงบประมาณจริง

ดังนั้น ถ้ามองผ่านแนวคิดเรื่อง ประชาธิปไตยทางการคลัง นโยบายที่ดีจึงควรเป็นนโยบายที่เปิดเผยต้นทุนอย่างตรงไปตรงมา ไม่สร้างแรงจูงใจในการใช้จ่ายเกินตัว และเคารพสิทธิของผู้เสียภาษีในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่พรรคการเมืองยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าจะแสวงหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ สำหรับขับเคลื่อนนโยบายของพรรคได้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา เพื่อทดแทนแหล่งรายได้ดั้งเดิมของรัฐซึ่งก็คือภาษีอากร ที่นับวันจะมีข้อจำกัดมากขึ้นเป็นลำดับ นโยบายสร้างภาพลวงตาทางการคลังก็ยังจะคงเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ทรงพลังของพรรคการเมืองบางพรรคต่อไป

ดร.ธิติ สุวรรณทัต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รัฐมนตรีศึกษาของสิงคโปร์

รัฐมนตรีศึกษาของสิงคโปร์

27 มี.ค. 2569

ยิวในไทยและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ยิวในไทยและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

20 มี.ค. 2569

เรื่องของราคาน้ำมัน

เรื่องของราคาน้ำมัน

13 มี.ค. 2569

เสถสาตรว่าด้วยสงคราม

เสถสาตรว่าด้วยสงคราม

6 มี.ค. 2569

เครือข่ายออนไลน์ลับ

เครือข่ายออนไลน์ลับ

27 ก.พ. 2569

การปั่นหัวทางการเมือง

การปั่นหัวทางการเมือง

20 ก.พ. 2569

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

คำดูหมิ่นประชาธิปไตย

13 ก.พ. 2569

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

ตลาดพยากรณ์ กับ การทำนายผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

6 ก.พ. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved