วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ขณะเขียนข้อเขียน ยังไม่ปิดหีบเลือกตั้ง
แต่ได้รับข้อมูลการประเมินการเลือกตั้งของหน่วยข่าวฯ อยู่ในมือแล้ว
ขอย่อยสรุปไว้ ประกอบการพิจารณาจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล แม้คะแนนจริงออกมาไม่ตรงตามนี้ 100% แต่หลักในการพิจารณาว่าใครจับขั้วกับใครได้แค่ไหน คงไม่ผิดไปจากจุดยืนของแต่ละพรรคมากนัก
1. สรุปตัวเลขการประเมิน สส. 500 ที่นั่ง ( สส.เขต +บช.รายชื่อ) จากหน่วยข่าว แต่ละหน่วย
ทีม A ประเมินว่า
อันดับ 1 : พรรคภูมิใจไทย 167 ที่นั่ง ( เขต 148+ บช.รายชื่อ 19)
อันดับ 2 : พรรคประชาชน 128 ที่นั่ง (เขต 89+ บช.รายชื่อ 39)
อันดับ 3 : พรรคเพื่อไทย 114 ที่นั่ง (เขต 98+ บช.รายชื่อ 16)
อันดับ 4 : พรรคกล้าธรรม 37 ที่นั่ง ( เขต 98+ บช.รายชื่อ 16)
อันดับ 5 : พรรคประชาธิปัตย์ 24 ที่นั่ง ( เขต 16+ บช.รายชื่อ 8)
พรรคอื่นๆ : 30 ที่นั่ง (เขต 13+ บช.รายชื่อ 17)
ทีม B ประเมินว่า
อันดับ 1 : พรรคภูมิใจไทย 162 ที่นั่ง (เขต133 + บช.รายชื่อ 29)
อันดับ 2 : พรรคเพื่อไทย 158 ที่นั่ง (เขต139 + บช.รายชื่อ 19)
อันดับ 3 : พรรคประชาชน 99 ที่นั่ง (เขต 69 + บช.รายชื่อ 30)
อันดับ 4 : พรรคกล้าธรรม 28 ที่นั่ง (เขต 25 + บช.รายชื่อ 3)
อันดับ 5 : พรรคประชาธิปัตย์ 26 ที่นั่ง (เขต 18 +บช.รายชื่อ 8)
พรรคอื่น ๆ : 27 ที่นั่ง (เขต16 + บช.รายชื่อ 11)
ทีม C ประเมินว่า
อันดับ 1 : พรรคภูมิใจไทย 191 ที่นั่ง ( เขต 165 +บช.รายชื่อ 26 )
อันดับ 2 : พรรคเพื่อไทย 113 ที่นั่ง (เขต 95 + บช.รายชื่อ 18)
อันดับ 3 : พรรคประชาชน 106 ที่นั่ง (เขต 73 + บช.รายชื่อ 33)
อันดับ 4 : พรรคกล้าธรรม 47 ที่นั่ง (เขต 44 + บช.รายชื่อ3)
อันดับ 5 : พรรคประชาธิปัตย์ 17 ที่นั่ง (เขต 9 +บช.รายชื่อ 8)
พรรคอื่นๆ : 26 ที่นั่ง (เขต 14 + บช.รายชื่อ 12)
ทีม D ประเมินว่า
อันดับ 1 : พรรคภูมิใจไทย 173 ที่นั่ง (เขต 157 + บช.รายชื่อ 16)
อันดับ 2 : พรรคเพื่อไทย 132 ที่นั่ง (เขต 108 + บช.รายชื่อ 24)
อันดับ 3 : พรรคประชาชน 97 ที่นั่ง (เขต 70 + บช.รายชื่อ 27)
อันดับ 4 : พรรคกล้าธรรม 49 ที่นั่ง (เขต 44 + บช.รายชื่อ 5)
อันดับ 5 : พรรคประชาธิปัตย์ 13 ที่นั่ง (เขต 7 + บช.รายชื่อ 6)
พรรคอื่นๆ : 36 ที่นั่ง (เขต 14 + บช.รายชื่อ 12)
ทีม E ประเมินว่า
อันดับ 1 : พรรคภูมิใจไทย 177 ที่นั่ง (เขต 155 + บช.รายชื่อ 22 )
อันดับ 2 : พรรคเพื่อไทย 124 ที่นั่ง (เขต 108 + บช.รายชื่อ 16 )
อันดับ 3 : พรรคประชาชน 105 ที่นั่ง (เขต 75 + บช.รายชื่อ 30 )
อันดับ 4 : พรรคกล้าธรรม 49 ที่นั่ง (เขต 45 + บช.รายชื่อ 4 )
อันดับ 5 : พรรคประชาธิปัตย์ 13 ที่นั่ง (เขต 4 + บช.รายชื่อ 9)
พรรคอื่นๆ : 32 ที่นั่ง (เขต 13 + บช.รายชื่อ 19)
หากคิดค่าเฉลี่ยรวมทุกทีม เรียงลำดับพรรค ดังนี้
อันดับ 1 พรรคภูมิใจไทย 174 ที่นั่ง (เขต 151 + บช.รายชื่อ 23 )
อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 128 ที่นั่ง (เขต 110 + บช.รายชื่อ 18 )
อันดับ 3 พรรคประชาชน 107 ที่นั่ง (เขต 75 + บช.รายชื่อ 32 )
อันดับ 4 พรรคกล้าธรรม 42 ที่นั่ง (เขต 39 + บช.รายชื่อ 3 )
อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ 19 ที่นั่ง (เขต 11+ บช.รายชื่อ 8 )
พรรคอื่น ๆ 30 ที่นั่ง (เขต 14 + บช.รายชื่อ 16 )
อย่างไรก็ตาม บัดนี้ คงรู้ผลการเลือกตั้งจริงแล้วว่าหน่วยข่าวฯ ข้างต้น ทีมไหนแม่น หรือไม่แม่นอย่างไร
2. สูตรจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล
2.1 หากพรรคส้มมาอันดับหนึ่ง
หากผลการเลือกตั้งผิดไปจากที่หน่วยข่าวประเมินไว้
สมมุติว่า พรรคส้มมาอันดับหนึ่ง แต่ได้ไม่ถึง 250 เสียง
พรรคส้มเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
อาจจะพยายามดึงพรรคเพื่อไทย และอาจดึงพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ เข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล
ผลักให้พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ไปเป็นฝ่ายค้าน
แต่เมื่อพรรคส้มมีนโยบายนิรกรรมโทษคดี 112 แล้วพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์จะยังร่วมงานได้หรือไม่? ไหนจะเรื่องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ รวมหมวด 1-2 ด้วย จะขัดอุดมการณ์จุดยืนของพรรคเหล่านั้นหรือไม่?
ไหนจะมีกรณีอดีต สส. ก้าวไกล 44 คน ที่จ่อ ป.ป.ช.จะชี้มูลตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่พรรคส้มเองไปร้องขอส่งเอกสารเพิ่มก่อนเลือกตั้ง อาจจะมีผลต่อจำนวน สส. ส้มเองด้วย
จะมีใครเอาด้วยกับส้ม หรือไม่?
2.2 หากภูมิใจไทยมาอันดับหนึ่ง ตามผลการประเมิน
เป็นไปได้ว่า อาจดึงพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคเล็กต่างๆ มาร่วมรัฐบาล
แต่ต้องยอมตามเงื่อนไขของพรรคสีน้ำเงิน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การทำงานของกระทรวงสำคัญ (ศุภจี สีหศักดิ์ เอกนิติ) แนวทางยกเลิกเอ็มโอยู44 และนโยบายหลักๆ ของภูมิใจไทย
นั่นหมายความว่า พรรคส้มและพรรคสีฟ้าจะไปเป็นฝ่ายค้าน
เงื่อนไขตัวเลขสำคัญ คือ พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย จะต้องได้ สส.รวมกันมากกว่า 250 ที่นั่ง
ขณะที่พรรคที่จะดึงเข้ามาเสริม จะต้องมี สส.รวมกันประมาณ 50 ที่นั่ง จะทำให้รัฐบาลมั่นคงและมีเสถียรภาพ
.png)
2.3 สูตรจับขั้วรัฐบาลต่อทิศทางการลงทุน
หลักทรัพย์ธนชาติ ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้(ยังไม่มีผลการเลือกตั้ง) ว่าด้วยสูตรจับขั้วรัฐบาลต่อทิศทางการลงทุน ระบุว่า
(1) ถ้า ภท. จับ พท. และ กธ.เป็นรัฐบาล โดยส้มกับฟ้าเป็นฝ่ายค้าน
เป็นทางเลือกที่ดี และการเมืองจะมีเสถียรภาพ
(2) ถ้า ภท. จับ พท. และ ปชป. โดยมีส้มกับ กธ. เป็นฝ่ายค้าน
จะดีกว่าการลงทุนมากกว่ากรณีแรก
(3) ถ้า ส้ม กับ แดง จับมือเป็นรัฐบาล โดยมีน้ำเงิน กับ ฟ้า และ กธ. เป็นฝ่ายค้าน
ธนชาติมองว่า กรณีเกิดยากที่สุด และหากเกิดขึ้นจะเป็นกรณีแย่ที่สุดสำหรับตลาด จะมีปัญหาทางกฎหมาย รัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพ จะมีอุบัติเหตุเกิดได้
การคาดการณ์ของธนชาติน่าสนใจ เพราะเคยคาดการณ์ว่า ก้าวไกลจะกระเด็นหลุดเป็นฝ่ายค้าน เพื่อไทยสวมรอยจับมือขั้วการเมืองเก่าตั้งรัฐบาล ตั้งแต่ 4 ก.ค. 2566 (ก่อนรัฐสภาจะเลือกนายกฯเศรษฐา)
3. ใครจะเป็นนายกฯ ?
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล”
หากพรรคส้ม มาที่หนึ่ง แต่เสียงไม่ถึงครึ่ง ก็ยากจะมีใครไปยกมือให้เป็นนายกฯ ในเมื่อมีนโยบายจะนิรโทษคดี 112และมีจุดยืนชัดเจนว่าจะแก้มาตรา 112 กระทบองค์พระประมุขของประเทศ
หัวหน้าพรรค หรือนักการเมือง จะประกาศส่วนตัวแก้มาตรา 112 จะทำอะไรกระทบกับสถาบัน ต่างกับนายกรัฐมนตรีของประเทศหากจะทำเช่นนั้น ใครจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ?
หาก ภท. มาอันดับหนึ่งตามผลการประเมิน ก็ยิ่งแน่นอนว่า จะเป็นนายกฯ เดินหน้าสานต่อการบริหารประเทศต่อไป ซึ่งภาคส่วนต่างๆ ในสังคม โดยเฉพาะนักลงทุน กิจการค้าขายต้องการความแน่นอน เสถียรภาพ มากกว่าความวุ่นวายในบ้านเมือง
สารส้ม

อนุทิน ขอบคุณประชาชนมอบคะแนนให้เป็นที่ 1 ยันจะบริหารด้วยความสุจริต
พิธา โพสต์แล้ว หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ
‘เท้ง’ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ย้ำจุดยืนไม่ร่วมภูมิใจไทย ลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
คุมไม่อยู่! โรคคาลา-อาซาร์ ระบาดหนักในเคนยา คร่าชีวิตคนมากสุดเป็นประวัติการณ์
เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร-พรรค’

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี