วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
nn เชื่อว่าคงจะค้านกับความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่...ที่เห็นการแถลงข่าวของ...สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ....ที่ระบุว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ไตรมาส 3 ปี 2562 ขยายตัว 2.4% ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2562 ที่จีดีพีขยายตัว 2.3% ส่งผลให้จีดีพี 9 เดือน ขยายตัวได้ 2.5%….โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออกที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ ....โดยการส่งออกไตรมาส 3 ทรงตัว หรือไม่ขยายตัวเลย ดีขึ้นจากไตรมาส 2 ที่การส่งออกหดตัว 4.2% ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของการท่องเที่ยว และการลงทุนของภาครัฐเพิ่มขึ้น 3.7% เพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้าที่โต 1.4% ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในเกณฑ์ดีที่ 4.2% ต่อเนื่องจาก 4.6% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ชิม ช้อป ใช้....
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีบางช่วงบางตอนของเนื้อหาการแถลงข่าวของสภาพัฒน์ที่หลายคนเห็นด้วย...นั้นก็คือ...ยังมีความจำเป็นที่ต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงกดดันเศรษฐกิจไทย…และภาพรวมของเศรษฐกิจไทยปี 2562 คาดว่าจะขยายตัว2.6% ปรับลดลงจากประมาณการก่อนหน้าที่คาดว่าจะโต 3%….
แม้ว่าตัวเลขของสภาพัฒน์จะไม่ได้ช่วยให้สังคมคลายกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจไทยมากนักเพราะยังฝังใจอยู่ประเด็นที่....การสำรวจของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่นักลงทุนทั่วโลกกังวลต่อเรื่อง“ภาวะฟองสบู่”ของเศรษฐกิจไทย...และประเด็นที่ นายกรัฐมนตรี อยากจะดึงเงินจากกองทุนปะกันสังคมมาใช้จนคนทำให้หลายคนคิดว่ารัฐบาลถังแตกแล้ว.....!! แต่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล...ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี....ก็กระพือกระแสข่าวดีเล็กจากสภาพัฒน์ว่า...จีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัว 2.4% และทั้งปีคาดว่าขยายตัว 2.6% เป็นตัวเลขที่ยังพอใจ แม้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวมาก แต่เศรษฐกิจไทยยังทรงตัว และยังมีโอกาสในช่วงปลายปีทุกปีตัวเลขการส่งออกอาจขยับขึ้นมาบ้าง จึงขอลุ้นไม่ให้การส่งออกลดลงจากปัจจุบัน รวมทั้งการเร่งรัดเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจอีก 100,000 ล้านบาท ช่วงปลายปี และยอดการบริโภคเดือนตุลาคม ทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มเริ่มขยับขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงการชิมช้อปใช้ผลักดันให้ผู้ลงทะเบียนออกไปใช้จ่ายต่างจังหวัด”
เช่นเดียวกับกระทรวงการคลัง ที่ออกมาร่วมวงกระพือกระแสว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ย่ำแย่จนเกินไปนักอย่างที่หลายคนวิตกกังวล....ผ่านทาง...คุณลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ....ที่ระบุว่าแม้การส่งออกจะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้า...แต่ภาคการลงทุนของเอกชนก็ยังพอไปได้อยู่...เพราะตัวเลขการลงทุนใหม่จากการประกอบกิจการใหม่และการขยายกิจการของโรงงานเดิมพบว่าในช่วง 1 มกราคม – 12 พฤศจิกายน 2562 มีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นในกิจการโรงงาน 431,216 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 36.3% สะท้อนว่าภาพรวมการผลิตในอนาคตมีแนวโน้มขยายตัว และแม้ว่าในช่วง 1 มกราคม - 12 พฤศจิกายน 2562 จะมีกิจการโรงงาน 1,391 โรงงาน ที่ยื่นขอปิดกิจการ แต่การขอยื่นประกอบกิจการโรงงานใหม่มีถึง 2,889 โรงงาน มากกว่าปิดกิจการ 107% และโรงงานที่เปิดอยู่เดิมก็ยังมีการขยายกิจการเพิ่มเติมอีก 928 โรงงาน ขณะเดียวกันในส่วนของแรงงานแม้ว่ามีการเลิกจ้างงานจากการปิดกิจการ 35,533 คน แต่มีการจ้างงานจากการประกอบกิจการใหม่ 84,033 คน และมีการจ้างงานเพิ่มจากการขยายโรงงานอีก 84,704 คน....ด้านการท่องเที่ยวของไทยยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ายังประเทศไทยในไตรมาส 3 ปี 2562 ขยายตัวสูงถึง 7.2% เร่งตัวขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2562 ที่ขยายตัว 1.4%….ด้านการบริโภคภาคเอกชน รายได้จากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ ในไตรมาส 3ขยายตัวที่ 1.9% สูงขึ้นจากไตรมาส 2 ปี ที่ขยายตัว 1.5% ซึ่งสะท้อนการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัวได้
แต่เชื่อหรือไม่ว่า...สิ่งที่....ดร.สมคิด และ คุณลวรณ…พูดมานี้ประชาชนคนไทยกว่า 80% เขาไม่เชื่อหรอก...และมันก็ค้านกับความรู้สึกและความเป็นจริงที่เกิดกับคนจำนวนนี้..ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีรายได้ไม่พอใช้จ่าย...สะท้อนที่ได้จากตัวเลขของหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาหลายไตรมาส....และที่บอกว่ามันค้านกับความรู้สึกของคนส่วนใหญ่...ก็โครงสร้างภาคธุรกิจไทยกว่า 90% คือผู้ประกอบการเล็ก หรือที่เรียกว่า SME ...ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ได้รับอานิสงส์ของเม็ดเงินลงทุนที่รัฐทุ่มลงมาในระบบ...
สะท้อนจาก...ตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงของสถาบันการเงิน...ที่ระบุว่าการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ โดยไตรมาส 3/2562 หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้นจาก 2.95% เป็น 3.01% ยอดคงค้าง NPL อยู่ที่ 469,500 ล้านบาท โดย NPL ธุรกิจ SME เพิ่มขึ้นจาก 4.52% เป็น 4.75% โดยธุรกิจขนาดกลางที่มีขนาด 100-500 ล้านบาทเริ่มได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ....และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการกีดกันทางการค้าเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่ง ธปท.ต้องการให้ธนาคารดูแลลูกค้ากลุ่มนี้เป็นพิเศษ เช่นเดียวกับ NPL สินเชื่อที่อยู่อาศัย รถยนต์ และบัตรเครดิตที่สูงขึ้นต่อเนื่อง จากร้อยละ 2.74 เป็น 2.81 ซึ่ง ธปท.ต้องการให้ธนาคารดูแลการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความระมัดระวังไม่ให้กลุ่มเปราะบางเป็นหนี้สินเพิ่ม เพราะมีแนวโน้มที่จะเป็น NPL ในอนาคต
ว่ากันตามตัวเลข....สิ่งที่ สภาพัฒน์แถลง สิ่งที่ดร.สมคิด และ คุณลวรณ...พูดนั้นก็ไม่ผิดแต่อย่างใด...เช่นเดียวกันกับตัวเลขและข้อมูลของแบงก์ชาติ มันก็สะท้อนข้อเท็จจริงอย่างนั้นจริงๆ....แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี่มันสะท้อนความเป็นจริงอีกข้อที่สำคัญก็คือ....รัฐบาลยัง “สอบตก”เรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและการกระจายความมั่งคั่ง...นั่นเอง...
กระบองเพชร

ด่วน! คนร้ายอุกอาจ บุกเดี่ยว ชิงทอง ห้างดังหาดใหญ่ กวาดไปกว่า 60 บาท
โจ๋บางบัวทองเถื่อน รุมทุบหัวหนุ่มโรงปูนคาม้านั่งคาราโอเกะ เย็บยับ 16 เข็ม
กกต.เผยแพร่ความเห็น นโยบายใช้จ่ายเงิน 51 พรรค ชี้หลายพรรค ไม่ตรงปก ที่มางบไม่ชัด
รูปเดียวล้านความหมาย! น้องมีสุข ลูกสาว'จ่าศตวรรษ' วิ่งกอดนายกฯ งานวันทหารผ่านศึก
ชูวิทย์ ลากไส้พรรคส้ม แผนกินรวบประกันสังคม ดัน ธนาธร เข้าอนุฯลงทุน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี