วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อท.(ผ) 46/59 ที่อัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และบุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2
อัยการยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558 กรณีที่จำเลยทั้งสองรับเงินตอบแทน สามีภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ หรือ BangkokInternational Film Festival (BIBF) ปี พ.ศ. 2545-2550 มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท
ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560 พิจารณาเห็นว่า การจัดจ้างโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ มีการกำหนดเงื่อนไขโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษ ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุพ.ศ.2538 โดยเฉพาะโครงการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปีพ.ศ. 2546 บริษัทรับจ้างไม่ได้เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์
พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ได้คบคิดกับสองสามีภรรยา นักธุรกิจในสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญากับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยเรียกรับเงินสินบนจากนักธุรกิจสองสามีภรรยา และได้โอนเงินไปยังจำเลยที่ 2 ที่เป็นบุตรสาวร่วมสองล้านเหรียญสหรัฐ การกระทำของ จำเลยที่ 1 จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (ฮั้วประมูล) มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 12
ผลสรุปของคดีนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 50 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 40 ปี ศาลมีคำสั่งให้ริบเงินกระทำผิดทั้งหมด รวมถึงดอกผลที่เกิดขึ้นของเงินดังกล่าวโดยให้ตกเป็นของแผ่นดิน
อดีตผู้ว่าการ ททท. ได้มีแนวคิดจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแม้ทุกอย่างจะผ่านไปอย่างเรียบร้อย ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพได้ถูกเผยแพร่สร้างชื่อเสียงให้โลกได้รู้จัก แต่วิธีการได้สิทธิ์เพื่อจัดงาน ขัดต่อข้อกฎหมายหลายข้อ มีการตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ดำเนินการทั้งหมดมิใช่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แต่เป็นสองสามีภรรยาที่เป็นนักธุรกิจสร้างภาพยนตร์ซึ่งมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในสหรัฐฯ
ช่วงเวลานั้น รัฐบาลไทยต้องให้การสนับสนุนกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ เพื่อการประชาสัมพันธ์ประเทศทำให้อดีตผู้ว่าการ ททท.มีความสนิทสนมกับนักธุรกิจสองสามีภรรยา จนมีการตกลงที่จะให้ผลตอบแทน เพื่อเป็นหลักประกันว่า พวกเขาจะได้สิทธิ์จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี พ.ศ. 2545-2550 รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทย
การจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษตามกฎหมายไทยนั้น ผู้ว่าการททท. มีอำนาจอนุมัติการทำสัญญาโครงการในวงเงินไม่เกิน25 ล้านบาทต่อสัญญา หากเกินกว่านั้นต้องใช้วิธีประกวดราคา สองสามีภรรยา ได้ใช้วิธีตั้งบริษัทขึ้นหลายบริษัท และให้ททท. แตกสัญญาจ้างเป็นหลายฉบับ โดยมูลค่าของสัญญาแต่ละฉบับอยู่ภายใต้วงเงินงบประมาณที่ผู้ว่าการ ททท. สามารถอนุมัติได้โดยไม่ต้องผ่านการประกวดราคา
เมื่อได้รับเงินค่าจ้างจัดงานเรียบร้อย สองสามีภรรยาจะตกแต่งบัญชีค่าใช้จ่ายของบริษัทที่รับงานให้สูงกว่าความเป็นจริง เพื่อนำเงินส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจ่ายสินบนให้แก่อดีตผู้ว่าการ ททท. ด้วยการออกแคชเชียร์เช็ค หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของลูกสาว โดยระบุว่าเป็นค่านายหน้าการขายมีการประเมินรายได้ที่สองสามีภรรยาได้รับจากงานนี้มากถึง 13 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 414 ล้านบาท
เมื่อทางการสหรัฐฯได้ตรวจสอบบริษัทสองสามีภรรยาพบว่ามีการโอนเงินโดยไม่ชอบมาพากล มีการเข้าสอบสวนหาพยานหลักฐานและส่งมอบให้กับทางการไทย
สหรัฐฯ มีกฎหมายว่าด้วยการกระทำทุจริตในต่างประเทศของพลเมืองอเมริกัน (Foreign Corrupt Practices Act (FCPA) สองสามีภรรยาจึงถูกศาลนครลอสแองเจลิสสั่งปรับ 250,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 8ล้านบาท จำคุก 6 เดือน และกักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้านพักอีก 6 เดือน
แม้ว่าบรรดาบริษัทข้ามชาติจะมีประมวลจริยธรรม (CODE OF CONDUCT) ของตน ที่กำหนดว่า จะไม่ให้สินบนเพื่อให้ขายสินค้า หรือบริการ หรือได้งานในประเทศที่ตนไปประกอบธุรกิจ และหลายประเทศที่บริษัทข้ามชาติเหล่านี้ตั้งอยู่ ต่างมีกฎหมายเอาผิดกับการให้สินบน แต่บริษัทข้ามชาติบางบริษัทยังคงมีการติดต่อให้หน่วยงานของรัฐในประเทศต่างๆ ใช้สินค้าบริการ หรือให้บริษัทตนได้รับประโยชน์ โดยจะมีการให้สินบนเป็นจำนวนมาก ให้กับเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรผู้มีอำนาจตัดสินใจ
บริษัท โรลส์-รอยซ์ ถูกหน่วยงานของประเทศอังกฤษ คือ สำนักงานสืบสวนการฉ้อฉลรุนแรงของสหราชอาณาจักร หรือ Serious Fraud Office(SFO) ปรับ เนื่องจากบริษัท โรลส์-รอยซ์ ได้ติดสินบนประมาณ 18 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับนายหน้า และเจ้าหน้าที่ของไทย เพื่อขายเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ให้กับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ช่วงปีพ.ศ.2547-2558ผลพวงของการจ่ายสินบนดังกล่าว ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการดำเนินงานของบริษัท การบินไทย และเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้บริษัท การบินไทย ประสบปัญหาขาดทุนโดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2560-2562 เรื่องนี้ได้มีการสอบสวนเมื่อตกเป็นข่าว แต่จนถึงปัจจุบัน ยังหาผู้กระทำผิดไม่ได้
สหราชอาณาจักรมีกฎหมายต่อต้านการให้สินบนข้ามชาติ (Bribery Act) ห้ามการให้สินบนในต่างประเทศที่เอาผิดกับธุรกิจในประเทศของตน ที่จ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างชาติ แคนาดามีกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชันของเจ้าพนักงานในต่างประเทศ (Corruption of Foreign Public Officials Act) บราซิลมีกฎหมายเพื่อการประกอบธุรกิจอย่างขาวสะอาด (CleanCompany Act) ญี่ปุ่นมีกฎหมายห้ามการจ่ายสินบนข้ามชาติเช่นกัน เรียกว่า กฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม(Unfair Competition Law)
สำหรับประเทศไทยไม่มีกฎหมายห้ามการให้สินบนในต่างประเทศ มีเพียงกฎหมายกำหนดความผิดเรื่องสินบนเกี่ยวกับทางราชการภายในประเทศ ที่เอาผิดผู้ให้และผู้รับ ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่ประเทศไทยควรมีกฎหมายสินบนข้ามชาติ เพื่อป้องกันมิให้บริษัทหรือผู้ประกอบการชาวไทยให้สินบนกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานในต่างประเทศ

กษัตริย์กัมพูชา ประชวรมะเร็งต่อมลูกหมาก ประทับรักษาตัวที่จีน
สรรเพชญลงพื้นที่สายใต้รับเดินทางสงกรานต์
เตือนภัย!แคมเปญปลอม อ้างแบรนด์ดัง แจกของขวัญช่วงสงกรานต์ ลุ้นรับเงินฟรี
หนุ่มป่วยจิตหลอน! ‘คว้ามีดฟันแม่ดับสยอง’ พี่สาววอนให้ขังคุกตลอดชีวิต
จาตุรนต์ บี้ อนุทิน กลางสภา! ทวงสัญญาแก้ รธน. ย้ำต้องเคารพเสียงประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี