วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
nn สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ประจำเดือนมกราคม 2568 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนธันวาคม 2567 พบว่า ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 53.1 ลดลงจากระดับ 53.9 ปัจจัยหลักมาจากราคาสินค้าที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องเมื่อพิจารณาระดับความเชื่อมั่นรายภาคธุรกิจ พบว่า ภาคธุรกิจการเกษตรมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ขณะที่ภาคการผลิตยังเผชิญแรงกดดันจากคำสั่งซื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาคการค้ายังคงไม่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท (ระยะที่ 2) ส่งผลให้ยอดขายของ SME ในเดือนนี้ ยังได้รับผลกระทบในวงจำกัด และ มาตรการ Easy e-Receipt 2.0 พบว่า มีเพียงผู้ประกอบการขนาดกลาง และ OTOP บางส่วนเท่านั้นที่เข้าร่วมโครงการได้ ทำให้การดำเนินมาตรการยังไม่ครอบคลุมในทุกภาคธุรกิจแม้ให้สิทธิ์ใช้กับกลุ่ม OTOP หรือสินค้าและบริการจากชุมชน แต่ยังมีผู้ประกอบการกลุ่มนี้จำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
เมื่อพิจารณาตามองค์ประกอบของดัชนี พบว่า เกือบทุกองค์ประกอบของดัชนีปรับตัวลดลง โดยองค์ประกอบด้านกำไร ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 57.9 จากระดับ 59.4 ซึ่งสอดคล้องกับการลดลงขององค์ประกอบดัชนีด้านคำสั่งซื้อโดยรวมและด้านปริมาณการผลิต/การค้า/การบริการ อยู่ที่ระดับ 62.0 และระดับ 57.5 จากระดับ 63.3 และ 58.5 ตามลำดับ โดยมีสาเหตุจากกำลังซื้อที่ชะลอลงและจำนวนยอดขายที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาก่อนหน้า สำหรับองค์ประกอบด้านการลงทุนโดยรวมปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 51.4 จากระดับ 52.2 และด้านต้นทุนปรับลดลงอยู่ที่ระดับ 39.3 จากระดับ 39.8 ขณะที่องค์ประกอบด้านการจ้างงาน ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 50.4 จากระดับ 50.3
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) รายภาคธุรกิจ พบว่าภาคการผลิต อยู่ที่ระดับ 51.3 หดตัวจากระดับ52.6 จากเดือนก่อนหน้า มีสาเหตุจากจำนวนยอดขายธุรกิจที่เพิ่มขึ้นสูงในช่วงเวลาก่อนหน้าโดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเสื้อผ้า แต่กลุ่มเหล็ก พลาสติก และยาง ยังไม่สามารถขยายกำลังการผลิตได้ เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ไม่แน่นอน ทำให้ผู้ประกอบการระมัดระวังการลงทุน ภาคการค้าอยู่ที่ระดับ 52.0 ลดลงจากระดับ 53.3 จากเดือนก่อนหน้า โดยหดตัวตามกำลังซื้อที่ชะลอลง หลังจากเร่งตัวในเดือนก่อนหน้า เพราะปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่ส่งผลชัดเจน ทั้งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ ที่เริ่มช่วงสิ้นเดือน และโครงการ Easy e-Receipt 2.0 ซึ่งยังเป็นประโยชน์กับธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปภาคการบริการอยู่ที่ระดับ 55.0 เพิ่มขึ้นจากระดับ 54.8 ซึ่งทรงตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ได้แรงหนุนจากภาคท่องเที่ยวที่ยังคึกคักหลังเทศกาล ส่งผลให้ธุรกิจยังมีผู้ใช้บริการต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภาคใต้ ภาคตะวันออก และเชียงใหม่ ภาคธุรกิจการเกษตรอยู่ที่ระดับ 53.4 ลดลงจากระดับ 58.6 โดยหดตัวลงอย่างชัดเจนจากปริมาณผลผลิตที่ลดลง หลังการเก็บเกี่ยวพืชไร่หลายชนิด แม้ราคาสินค้ายังอยู่ในระดับสูง แต่กำไรของผู้ประกอบการไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากมีการทยอยขายสินค้าล่วงหน้าแล้ว
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) รายภูมิภาค พบว่า ภาคตะวันออกระดับความเชื่อมั่นอยู่ที่ 54.2 สามารถทรงตัวได้ดีเมื่อเปรียบเทียบจากเดือนก่อนหน้าและดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ โดยได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องหลังเทศกาลปีใหม่ ภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 53.8 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 54.0 กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่อยู่ในระดับทรงตัว ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 51.9 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 52.2 ภาคธุรกิจชะลอตัวลงโดยเฉพาะภาคการผลิต เช่น พลาสติกและโลหะ ภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 53.8 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 54.5 โดยภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่ชะลอตัวจากกำลังซื้อที่แผ่วลงและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังไม่ส่งผลเต็มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 53.8 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 54.8 เนื่องจากกำลังซื้อในพื้นที่ชะลอตัวลง สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 51.7 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 53.3 ระดับความเชื่อมั่นปรับลดลงชัดเจน เนื่องจากกิจกรรมเศรษฐกิจเร่งสูงขึ้นไปแล้วในเดือนก่อนหน้าขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่ส่งผลที่ชัดเจนนัก นำไปสู่การลดลงของระดับความเชื่อมั่นในทุกภาคธุรกิจ
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าพบว่า ระดับความเชื่อมั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.9 โดยได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ ปริมาณการผลิต และผลกำไรของภาคธุรกิจในระยะสั้น นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะการขยายหน้าร้านชั่วคราวในพื้นที่จัดงานเทศกาล ขณะที่แนวโน้มการลงทุนระยะยาวและการจ้างงานยังไม่ฟื้นตัวอย่างเด่นชัด สิ่งที่ SME ต้องการความช่วยเหลือจากทางภาครัฐคือมาตรการช่วยลดต้นทุน โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารที่เพิ่มขึ้นสูงต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศและมีผลกระทบเป็นวงกว้าง และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สอดคล้องกับความต้องการของ SME ในแต่ละขนาดธุรกิจ

ทนกระแสไม่ไหว! ม.พะเยา ยกเลิกเวทีนโยบายพรรคส้ม ลดข้อกังขา
ของจริงไม่ใช้เอไอ! ททท.แจงยิบดรามาภาพ ลิซ่า ลลิษา โปรโมทเที่ยวทะเลบัวแดง
อ่างฯ ทั่วประเทศมีน้ำอยู่ในเกณฑ์ดี ‘ชป.’เร่งกำจัดวัชพืช เพิ่มประสิทธิภาพส่งน้ำฤดูแล้ง
ตัวตึงทุกอีเวนต์ เบ๊น อาปาเช่ แจงปม ทนายแก้ว ก่อนส่งไม้ต่อให้ กรรชัย
กกต.เรียก ปชน.แจงใช้งบนโยบายหาเสียง ลุยสอบบิ๊กล็อตอีก 51 พรรค

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี