วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
หากมองกันเพียงองค์ประกอบที่ว่า ประเทศมีพรรคการเมืองหลายพรรคที่สามารถแข่งขันกันเพื่อมีที่นั่งในสภา และเสียงข้างมากก็ไปตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศต่อไป ซึ่งเสียงหรือที่นั่งในสภาก็มาจากประชาชนพลเมืองที่ต่างมีสิทธิเสรีภาพในการไปหย่อนบัตรลงคะแนน และแสดงออกซึ่งความประสงค์ว่าชื่นชอบพรรคและผู้สมัครใด ฉะนั้น ก็คงกล่าวได้ว่า ประเทศสิงคโปร์นั้นมีความเป็นประชาธิปไตยดีอยู่
แต่หากจะมองให้ลึกลงไปหน่อย ก็จะเห็นว่าการเลือกตั้งของสิงคโปร์นั้นดูไม่ค่อยจะเป็นเสรี บางครั้งถึงขั้นไม่ค่อยจะแฟร์ หรือยุติธรรม (Free and Fair) เนื่องจากการที่สิงคโปร์มีกฎเกณฑ์กติกาที่ค่อนข้างจำกัดจำเขี่ยสิทธิเสรีภาพ และตีกรอบบทบาทของพรรคฝ่ายค้าน หรือกลุ่มผู้เห็นต่าง อีกทั้งกฎหมาย (ที่ออกโดยฝ่ายรัฐบาล) ยังมีการให้อำนาจรัฐอย่างกว้างขวาง ในการตั้งข้อหาจับกุม และลงโทษ ส่งผลให้พรรคฝ่ายค้านมีที่ยืนในสังคมอย่างจำกัด แทบจะขยับเขยื้อนไม่ได้ จึงอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบฝ่ายพรรครัฐบาลอย่างมากมายมาโดยตลอด
บัดนี้ รัฐบาลสิงคโปร์โดยประธานาธิบดี นายฮาลีมาห์ยาคอบ ตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี นายลี เซียน ลุง ได้ประกาศยุบสภาเมื่อวันพุธที่ 23 มิถุนายนนี้ เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ทั้งที่รัฐสภาและรัฐบาลยังจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้จนถึงเดือนเมษายน 2564 ชาวสิงคโปร์ก็จะได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันในวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ซึ่งฤดูหาเสียงก็จะมีแค่สัปดาห์กว่าๆ เท่านั้น สะท้อนความได้เปรียบของฝ่ายรัฐบาล และความเสียเปรียบของบรรดาพรรคคู่แข่งฝ่ายค้านที่มีเวลาเตรียมตัวอย่างกระชั้นชิดมาก กฎเกณฑ์กติกาของสิงคโปร์ที่ไม่ค่อยสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยเท่าใดนักมีอยู่หลายประการ อาทิ
1. นายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับควบคุมกรมการเลือกตั้งและคณะกรรมการกำหนดเขตเลือกตั้ง โดยไม่ต้องมีองค์กรใดมาควบคุมตรวจสอบ (Oversight) และการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับวิธีการจัดการเลือกตั้ง กำหนดระยะเวลาการเลือกตั้ง และกำหนดเขตเลือกตั้ง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรีเท่านั้น การกำหนดการเลือกตั้งทั้งหมดจึงขาดความโปร่งใสโดยปริยาย
2. สืบเนื่องจากข้อแรก ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีสิงคโปร์มักจะกำหนดวันเลือกตั้งแบบทันทีทันใด และกำหนดระยะเวลาให้มีการหาเสียงเป็นเวลาสั้นๆ (ประมาณ 14 วัน) ซึ่งจะมีผลให้ฝ่ายค้านเตรียมตัวไม่ทัน นอกจากนั้นยังจะถูกบีบด้วยระยะเวลาหาเสียงที่จำกัดดังกล่าว
3. ฝ่ายรัฐบาลมักใช้อำนาจตามข้อกฎหมายที่ตั้งไว้ในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ข่มขู่ และฟ้องร้องเรียกค่าปรับในจำนวนที่สูงลิ่ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคคลในฝ่ายค้านล้มละลาย ซึ่งจะส่งผลให้บุคคลนั้นสูญเสียสิทธิ์ในการสมัครรับเลือกตั้ง ไม่สามารถเล่นการเมืองต่อไปได้ วิธีการนี้จึงเป็นวิธีการยอดนิยมของฝ่ายรัฐบาลในการปิดปากฝ่ายค้าน และเป็นการกลั่นแกล้งไปในตัว
4. ล่าสุด รัฐบาลสิงคโปร์ได้ออกกฎหมายว่าด้วยเรื่องโรคระบาดโควิด-19 โดยส่วนหนึ่งได้ระบุไว้ว่า “ห้ามมิให้ผู้เจ็บป่วยด้วยโรคโควิด-19 เข้าร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง” ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ หรือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ตั้งแต่สิงคโปร์แยกตัวออกจากมาลายู มาเป็นรัฐปกครองตนเอง (Autonomous States) ภายใต้เจ้าอาณานิคมอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1959 (พ.ศ. 2502) จนกระทั่งเป็นเอกราชเต็มตัวในปี ค.ศ. 1967 (พ.ศ. 2510) และต่อเนื่องมาจนปัจจุบันนี้ พรรคกิจประชาชน (People’s Action Party-PAP) ได้อยู่ในอำนาจบริหารประเทศสิงคโปร์มาโดยตลอด เรียกว่าผูกขาดอำนาจ
ที่เป็นดังนี้ได้ในแง่หนึ่ง ก็เพราะสามารถแปลงสภาพสิงคโปร์จากประเทศกำลังพัฒนา บนเกาะเล็กๆ ให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วระดับชั้นนำของโลกได้ในระยะเวลาประมาณ 20 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ ให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ยอมรับของโลก และศรัทธาของชาวสิงคโปร์
และพื้นฐานความสำเร็จ ก็คือการที่รัฐบาลพรรค PAP ตอบสนองความต้องการของประชาชนตามคำมั่นสัญญาด้วยความจริงจัง ด้วยความอุตสาหะ และด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่งผลให้ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาชนพลเมืองโดยทั่วไป และได้รับการยอมรับนับถือจากประชาคมโลกให้เป็นแบบอย่างของสังคมที่ผู้บริหารประเทศมีธรรมาภิบาลอย่างสูงยิ่ง
สิงคโปร์จึงเป็นสังคมที่ชาวสิงคโปร์อิ่มท้อง มีความสะดวกสบายต่างๆ นานา และมีคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับสูงสุดของโลกประเทศหนึ่ง แต่ชาวสิงคโปร์ก็ต้องแลกกับข้อจำกัดจำเขี่ยทางด้านสิทธิเสรีภาพทางการเมือง หรือยินยอมที่จะมีชีวิตอยู่ในสังคมประชาธิปไตยแบบกึ่งเสรี และอยู่ในสถานะที่ต้องรับคำสั่งคำชี้ขาดจากอำนาจรัฐเบื้องบน แทนที่จะสามารถมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในความเป็นไปของประเทศ ทั้งที่คนสิงคโปร์ทุกคนต่างมีการศึกษา และมีสติปัญญาความรู้รับผิดชอบที่จะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ลึกซึ้ง ในการขับเคลื่อนประเทศ
แต่เพราะฝ่ายรัฐบาลพรรค PAP ก็ยังไม่ยอมเปิดโอกาสให้กับประชาชนพลเมือง และยังมุ่งใช้กฎเหล็กทั้งหลายในการปกครองประเทศต่อไป เสมือนไม่แน่ใจในตัวเองว่าที่ผ่านมานั้นดีเพียงพอที่จะเอาชนะใจชาวสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องไปตีกรอบบังคับกัน หรือยังมีการดูถูกดูแคลนคุณภาพของคนสิงคโปร์ว่าเป็นพลเมืองประชาธิปไตยไม่ได้จริง ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านที่เจริญพอๆ กับสิงคโปร์ เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เขาก้าวไปเป็นประชาธิปไตยเต็มใบแล้ว ก็เลยเป็นข้อน่าสงสัยว่าผู้นำสิงคโปร์เป็นพวกอำนาจนิยมและหลงอำนาจ มากกว่าการเคารพประชาชนพลเมือง และการยึดมั่นในหลักการว่าด้วย การมีส่วนร่วม
การคงอยู่ของประชาธิปไตยแบบสิงคโปร์ จึงดูไม่สอดคล้องกับคุณภาพของชาวสิงคโปร์ และไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกับโลกที่เจริญแล้วด้วยประการทั้งปวง
การที่จะหวังว่าการเปลี่ยนอกเปลี่ยนใจของผู้นำสิงคโปร์ในพรรค PAP จะเกิดขึ้น ก็คงจะยากลำบาก ภาระก็ขึ้นอยู่กับคนสิงคโปร์เอง ที่จะคิดและเห็นว่าสิทธิเสรีภาพก็เป็นอาหารอันโอชารสที่มนุษย์ที่เป็นเสรีชนควรพึงมี มิฉะนั้นการจะพึงพอใจไปกับความพร้อมทางวัตถุเท่านั้น ก็คงไม่ต่างไปจากทารกในบ้านที่ต้องถูกดูแลอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่อาจเติบโต เติบใหญ่ไปได้
ที่ประเทศไทยเรา แม้จะยังไปไม่ถึงประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ก็มีความเพียรพยายามมาโดยตลอด ก็หวังว่าเพื่อนสิงคโปร์จะเป็นเช่นนั้น และคงอยากมีชีวิตเหมือนๆ กับเพื่อนบ้านประชาธิปไตย 4 ประเทศดังกล่าว

3 ตัวตึงผู้นำอิหร่านแท็กทีมโพสต์เดือด ยันไม่เจรจากับสหรัฐ เตรียมเปิดไพ่ใบใหม่ในสมรภูมิรบ
เทพไท ชำแหละเพื่อไทย! ยกธงขาวสนามผู้ว่าฯ กทม. 69 ชี้หยุดทำตัวเป็นอีแอบ
ลูกค้าสั่งออเดอร์สุดหิน ไม่น้ำมัน-ไม่น้ำปลา-ไม่ชูรส พอไม่อร่อยด่าเชฟยับ แต่กินเรียบยันน้ำปลาพริก
กองทัพเรือกางแผนรับ เรือฟริเกตใหม่ ชูนโยบาย Offset Policy ดันไทยจาก ผู้ซื้อ สู่ ผู้สร้าง
นับถอยหลัง ทรัมป์ ขีดเส้นตายหยุดยิงอิหร่าน 22 เม.ย.นี้ ลั่นสหรัฐจะไม่ต่อเวลาอีกถ้าไร้ดีล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี