วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
พวกเราชาวไทยส่วนใหญ่ต่างก็นับถือศาสนาพุทธ โดยการเป็นชาวพุทธของเราโดยทั่วไปนั้น มักจะเป็นไปใน 2 รูปแบบ นั่นก็คือ 1.การเป็นชาวพุทธตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม และ 2.การเป็นชาวพุทธด้วยการมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสั่งสอน มีวินัยกับตนเองด้วยการถือศีล และทำทาน การหาความสงบในจิตใจด้วยการฝึกฝนสมาธิและวิปัสสนา เพื่อบรรลุซึ่งความแจ่มแจ้งและหลุดพ้นจากอวิชชา อารมณ์ชั่วครู่ชั่วยาม และความทุกข์ยากทั้งหลายทั้งปวง
คงไม่ผิดนักหากจะพูดว่า ชาวพุทธส่วนใหญ่ในวันนี้นั้น เป็นชาวพุทธตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม โดยไม่เว้นว่างต่อขนบธรรมเนียมปฏิบัติ เช่น การทำบุญตักบาตร การบริจาคทำการกุศล การจัดพิธีสวดฉลองวันเกิด และการจัดสวดเพื่อไว้อาลัยต่อการสูญเสีย ไปจนถึงการจัดทำพิธีสวดเพื่อขึ้นบ้านใหม่ หรือเริ่มกิจการการงานใหม่ นอกจากนั้น ก็ยังขอให้พระภิกษุสงฆ์ให้ศีลให้พร รดน้ำมนต์ เป่ากระหม่อม เจิมหน้าผาก แจกผ้ายันต์กันผี ดูฤกษ์ดูยาม แม้กระทั่งตั้งชื่อและนามสกุล ไปจนถึงพิธีการเป่าขจัดรังควาน ซึ่งก็ส่งผลให้ชาวพุทธไทยต่างไม่ห่างวัดวาอารามและพระภิกษุสงฆ์ แถมยังมีเมตตาช่วยเหลือผู้ยากไร้ และทำนุบำรุงวัดวาอาราม และการศึกษาของพระภิกษุสงฆ์ และสามเณร กันเป็นอย่างปกติ
ในตอนค่ำก่อนนอน เราก็มักจะสวดมนต์ และเราก็บูชากราบไหว้พระพุทธรูปทั้งที่บ้านและที่วัดวาอาราม เพื่อขอพร ขอการปกป้องคุ้มครอง อีกทั้งยังจะให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำการที่ดีงามและภาวนาขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่นและก้าวหน้า
ที่กล่าวมาดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องนอกกาย เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพิธีกรรม เสริมด้วยการบูชากราบไหว้ขอพรดังกล่าว ซึ่งก็ไม่ได้ผิดแปลกแต่อย่างไร ซึ่งก็คงจะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความสงบให้กับตนเอง ช่วยเตือนสติตัวเองได้บ้าง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ หรือวัตถุใดๆ ที่จะมาช่วยตัวทุกๆ คนได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตามหลักพุทธนั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเป็นสำคัญ ก็คือการดำเนินชีวิตที่มีสติ ตื่นรู้ ทุกขณะ เพื่อให้มีการกระทำที่เป็นกุศล และละเว้นทั้งความคิดและการกระทำใดๆ ที่เป็นอกุศล และชำระล้างจิตใจให้ขาวสะอาด
ในภาพกว้างแล้ว แวดวงชาวพุทธพูดจากันมากมายทั้ง เรื่องกรรม เรื่องการเกิดแก่เจ็บตาย และการตายแล้วไปเกิดใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สืบทอดกันมาจากชมพูทวีปตั้งแต่สมัยก่อนสมัยพุทธกาล ก็ไม่ถือว่าผิดแปลกแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องที่ศาสนาพุทธได้รับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อถือ แต่ชาวพุทธจะต้องไม่ลืมเรื่องที่เป็นแก่นแท้และหัวใจของพุทธศาสนา ก็คือเรื่องอริยสัจ 4 ที่เป็นข้อเสนอแนะว่าด้วยเส้นทางแห่งการดำเนินชีวิต และหลุดพ้นจากความทุกข์และการเวียนว่ายตายเกิด อีกทั้งพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เกิดมาและได้ค้นพบความจริงว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีตัวตน ไม่เที่ยง ไม่ถาวร และไม่สมหวังดังใจหรือเป็นทุกข์
นอกจากนั้น สังคมไทย ณ วันนี้ ก็มีปัญหาภายในคณะสงฆ์ และก็มีปัญหาในเรื่องศีลธรรม และการทำตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างมากมาย จนเป็นที่น่าวิตก ก็เลยเป็นคำถามที่เราจะต้องถามตนเองว่า ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะพัฒนาไปเป็นชาวพุทธตามพุทธรรม ด้วยการสะสางการเรียนการสอนในเรื่องพุทธศาสนา ทบทวนขีดความสามารถของภิกษุสงฆ์ในองค์ความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนา และขีดความสามารถในการที่จะเทศนาสั่งสอนและชี้แจงข้อธรรม เพื่อการปฏิบัติถูกต้อง
อย่างน้อยก็เป็นที่น่ายินดีว่า พุทธศาสนาได้แพร่ขยายเข้าไปในโลกตะวันตก และชุมชนโลกอื่นๆ มากขึ้นเป็นลำดับ โดยได้มีการชี้แจงแก่นแท้ของพุทธศาสนา ควบคู่กันไปกับการฝึกสอนเรื่องสมาธิวิปัสสนา เพื่อให้จิตใจสงบ มั่นคง และเปี่ยมด้วยปัญญา ว่าด้วยหลักคิดและเหตุผลของการมองโลก มองจักรวาล ที่มีตรรกะ และมีความเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากชาวตะวันตกเป็นอย่างดี บางคนนอกจากจะเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธแล้ว ยังข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศไทยเพื่อขอบวชเรียนและศึกษาธรรมกันเลย
ดังนั้น สังคมไทย ณ วันนี้ สมควรที่จะเริ่มทำการ 2 อย่างได้แก่
1.พัฒนาตนให้เป็นศูนย์กลางของการฝึกสอนเรื่องสมาธิวิปัสสนา
2.ทำการชำระการเรียนการสอนเรื่องพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการฝึกสอนสมาธิวิปัสสนาให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
หากนำทั้งสองข้อมาเป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วนแล้ว นอกจากจะเป็นการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปบนแผ่นดินไทยแล้ว ก็ยังจะมีอานิสงส์ส่งให้สังคมไทยให้อยู่ในศีลในธรรม เพื่อที่จะช่วยลดปัญหาทางสังคม และการเมืองลงไปได้ไม่มากก็น้อย
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

พระราชินี เสด็จฯ ถึงอิตาลี เพื่อทอดพระเนตร แข่งขันฮอกกี้น้ำแข็ง ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ปิดฉากมหากาพย์ 8 ปี คิงส์เกต ถอนคำร้องอนุญาโตตุลาการ ไทยไม่ต้องจ่ายชดเชย
กกต.แจงปมร้อน ยอดบัตรเขย่ง กว่า 3.2 แสนใบ 390 เขตเลือกตั้ง ยันไม่เป็นความจริง
มท. คุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ เตือน ปชช.พกพาโดยไม่มีเหตุสมควร มีความผิดตามกฎหมาย
ด่วน อสส.ชี้ขาดสั่งฟ้อง บอสแซม บอสมิน คดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป ฉ้อโกงประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี