วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569
คุณชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม วูบหมดสติ ก่อนเสียชีวิตกะทันหัน
สร้างความตื่นตกใจ และเสียใจ
ทั้งกับคนในครอบครัว เพื่อนมิตร และประชาชน โดยเฉพาะชาวสมุทรปราการจำนวนมาก
1.นายอนันต์ชัย ตั้งเนียนนาทชัย อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลบางเสาธง หนึ่งในทีมวัฒนามอเตอร์สปอร์ต บอกเล่านาทีที่นายชนม์สวัสดิ์ เกิดอาการวูบตาลาย ในขณะที่กำลังซ้อมแข่งรถในสนามช้างที่บุรีรัมย์
ระบุว่า ขณะที่คุณเอ๋ กำลังซ้อมแข่งรถในสนามได้ประมาณ 3-4 รอบสนาม ขณะนั้นได้ขับรถเข้ามาจอด แล้วขึ้นมาบอกกับทีมงานว่า รู้สึกไม่สบายตัว ตาเริ่มลาย ทีมงานจึงพาเข้าห้องพักในสนาม ซึ่งในขณะนั้น ยังรู้สึกตัวดีปกติ แต่บอกว่ารู้สึกอาการไม่ค่อยดี
ระหว่างนั้น ทีมงานได้เริ่มปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ แต่ในจังหวะที่คุณเอ๋ ลุกพรวดยืนขึ้น ปรากฏว่า ได้เกิดอาการวูบหมดสติไป ทีมงานจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
.jpg)
ระหว่างที่เข้าพักรักษาตัวอาการของคุณเอ๋ ยังรู้สึกตัวดี กระทั่งก่อนเที่ยงคืน อาการเริ่มทรุดลง และเสียชีวิตในเวลาตีหนึ่งของอีกวัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจ และเสียใจเป็นอย่างมาก
“ที่ผ่านมา คุณเอ๋ เป็นคนให้โอกาสคน ช่วยเหลือดูแลชาวจังหวัดสมุทรปราการเป็นอย่างดี ขอแค่บอก และไม่มีอะไรที่ไม่ได้สำหรับนายกเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ซึ่งถือว่าเป็นการสูญเสียคนสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ” - นายอนันต์ชัย
2.สาเหตุการเสียชีวิตของคุณชนม์สวัสดิ์ ยังไม่มีการเปิดเผยจากแพทย์ที่ทำการรักษา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีสาธารณสุข เพื่อนผู้ใกล้ชิด ที่ไปเยี่ยมผู้ป่วยตั้งแต่ไปถึงโรงพยาบาล เปิดเผยว่า มีภาวะหัวใจวาย แต่ให้รอแพทย์แถลงอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าแพทย์ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว
ผู้อยู่ในเหตุการณ์ต่างเชื่อว่า ภาวะอากาศร้อน และทำให้เกิดอาการฮีทสโตรก (Heat Stroke) น่าจะเป็นภาวะเริ่มแรก
.jpg)
3.เดือนเมษายน จะมีอากาศร้อนจัด ไปจนถึงช่วงสงกรานต์ จะป้องกันฮีทสโตรก (Heat Stroke) อย่างไร?
นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยมีอากาศร้อนจัด บางพื้นที่อุณหภูมิสูงสุดอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ประชาชนอาจเป็นโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ได้
โดยคนทำงานกลางแจ้งที่เสี่ยงต่อโรคลมแดด เช่น กรรมกรก่อสร้าง เกษตรกร ทหาร นักกีฬา เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูงเบาหวาน ไทรอยด์เป็นพิษ คนอ้วน ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สำหรับโรคจากความร้อนมีอาการหลายอย่างตามลำดับขั้นของอุณหภูมิที่สูงขึ้น เช่น การมีผื่นขึ้นตามตัว ตัวบวม อาการอ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่าเพลียแดดเป็นตะคริว คลื่นไส้อาเจียน ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ความร้อนในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสปวดศีรษะ ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว ชัก มึนงง หน้ามืดหากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีอาจทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้
นพ.เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ระบุว่า การป้องกันโรคลมแดด ขอให้พยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดดื่มน้ำ 1-2 แก้วก่อนออกจากบ้านและพยายามดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร สวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบายสีอ่อน ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดรูป สวมแว่นกันแดด กางร่มทาโลชั่นกันแดด เลือกออกกำลังกายช่วงเช้าหรือเย็น หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
.jpg)
4.คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบชีวิตในบางด้านของคุณชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม
แฟนเพจวัดถ้ำพระอัศวเหมาราม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้เล่าไว้อย่างน่าสนใจว่า
“...มุมอีกด้านที่สังคมไม่เคยรู้มาก่อนเลย นั่นคือ “คุณเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” เป็นผู้มีจิตใจบุญอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเป็นคนมีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง
คุณเอ๋ได้รู้จักกับพระกรรมฐานสายป่าคือ #พระอาจารย์มหาสุภา #ชิโนรโส #เปรียญธรรม ๙ #ประโยค (นาคหลวง) โดยความบังเอิญ และได้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา ปวารณาขอเป็นลูกศิษย์ให้ความอุปถัมภ์คำชูอุปัฏฐากตามวาระสมควร
มีครั้งหนึ่งที่พระอาจารย์มหาสุภาอาพาธต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี คุณเอ๋ก็ได้ดูแลอุปัฏฐาก ดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด
เมื่อพระอาจารย์มหาสุภาท่านปรารภเรื่องการพัฒนาวัดภูถ้ำพระ ซึ่งถูกทิ้งร้างมากว่า ๒๐๐ ปี ขึ้นเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย คุณเอ๋ก็ยินดีให้การสนับสนุนอุปภัมภ์ โดยการบริจาคทุนทรัพย์หลายสิบล้านสร้างศาลาโรงธรรม สร้างศาลาแม่ตะเคียน สร้างกุฏิที่พักสงฆ์ รวมทั้งบริจาคทรัพย์ซื้อที่ดินถวายขยายวัดภูถ้ำพระ
ก่อนต่อมา จะอนุญาตให้ใช้นามสกุล “อัศวเหม” ตั้งเป็นอนุสรณ์ศาสนสถานชื่อวัด เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูล “อัศวเหม”
ซึ่งในเวลาต่อมา วัดก็ได้รับการประทานชื่อจากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(องค์ปัจจุบัน)ยกขึ้นเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า “#วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม”
.jpg)
ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่เทือกเขาภูพาน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
เมื่อมีเวลาว่างพอ คุณเอ๋ก็มักจะเดินทางจากสมุทรปราการไปปฏิบัติกรรมฐาน และทำบุญ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าในการบูรณะวัดถ้ำพระอัศวเหมารามไม่เคยขาด และในทุกปีคุณเอ๋พร้อมครอบครัวก็จะรับเป็นเจ้าภาพทอดพระกฐิน
วัดถ้ำพระอัศวเหมาราม จึงเป็นเสมือนอนุสรณ์ศาสนสถานชิ้นสุดท้าย ที่คุณเอ๋สร้างไว้ในพระพุทธศาสนา#ด้วยกุศลผลบุญทั้งหมดที่คุณเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ได้สร้างวัดในพระศาสนา...”
5.กลอนคติธรรมของอาจารย์พุทธทาสภิกขุ สอนไว้ว่า
“เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริงฯ”
วาระนี้ ขออนุโมทนากับบุญกุศลที่คุณเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ ได้กระทำ และขอให้ดวงวิญญาณผู้วายชนม์ไปสู่สุคติ
สารส้ม

ย้อนรำลึก พระองค์ภา ทรงใช้ชีวิตเรียบง่ายในรั้วธรรมศาสตร์ พระสหายร่วมรุ่นเผยความทรงจำอันมีค่า
เปิดผลโพลผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 ชัชชาติ ยังครองแชมป์ พรรคประชาชน ยังคงเป็นพลังทางเลือก
ภาพจากกล้องของผม! ช่างภาพดังย้ำความขันติพระราชหฤทัย ในหลวง-พระราชินี
แซมบ้าหืด!ไล่ตีเจ๊าโมร็อคโกชวดชัยบอลโลก
จนจริงเปล่า? เสียงสะท้อนคนรายได้น้อย ต่อกติกาใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี