เป็นเรื่องที่นิ่งนอนใจไม่ได้กับเสียงเตือนของ “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” สภาคองเกรสจะต้องผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว หรือ Continuing Resolution (CR) ก่อนส่งให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายภายในช่วงเที่ยงคืนของวันเสาร์ที่ 30 ก.ย. ตามเวลาสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางนับแสนคนต้องถูกสั่งให้หยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง และป้องกันไม่ให้งานด้านการบริการต้องหยุดชะงักลงเป็นวงกว้าง
หากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐถูกชัตดาวน์ จะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญความเสี่ยง เพราะทราบกันดีว่าปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีหนี้สินสูงกว่า 307 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีหนี้สาธารณะกว่า 3.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
หากสภาคองเกรสไม่เร่งพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว และอนุมัติงบประมาณให้กับหน่วยงานด้านการตอบสนองต่อภัยพิบัติภายในประเทศประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงงบประมาณการช่วยเหลือยูเครนในการทำสงครามป้องกันตนเองจากการรุกรานของรัสเซียวงเงิน 6 พันล้านดอลลาร์ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐมีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 17 พ.ย.
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับ 2-3.3% ในช่วงสิ้นปีนี้ทำให้เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่กรอบ 5.50%-5.75% โดยประธานธนาคารกลางสหรัฐยังมีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะอยู่ในภาวะซอฟต์แลนดิ้ง
กระแสภาวะเศรษฐกิจของจักรวรรดิอเมริกาที่บ้าคลั่งสงครามจนเกิดความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจครั้งนี้ ทำให้หลายประเทศตื่นตัว เร่งนำทองคำสำรองที่ฝากไว้ในลอนดอน นิวยอร์ก หรือในสวิตเซอร์แลนด์กลับประเทศตัวเอง เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความปลอดภัย ชาติตะวันตกสามารถอ้างเหตุอะไรก็ได้เพื่อที่จะไม่คืนทองคำ ดูได้จากเหตุการณ์รัสเซียบุกยูเครน สหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรยึดเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซียไปกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ทราบกันดีว่าการเข้ามาบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ยุคคสช.ต่อเนื่องรัฐบาลพปชร.ที่ผ่านการเลือกตั้งได้ซื้อทองคำเข้าทุนสำรองระหว่างประเทศ เพิ่มมากที่สุดในเอเชียในรอบ 10 ปี โดยเพิ่มจาก 152.41 ตันในปี 2556มาอยู่ที่ 244.16 ตันในสิ้นปี 2565 โดยทุนสำรองที่เป็นทองคำเพิ่มขึ้นถึง 60.20%
“เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง” จะดำเนินการอย่างไรกับทองคำที่ฝากอยู่ในต่างประเทศ รวมทั้งธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา จากสถานการณ์ราคาทองคำในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลดค่าลงอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญ กลุ่ม Bric ซึ่งประกอบด้วย บราซิล,รัสเซีย, อินเดีย, จีน และแอฟริกาใต้ กำลังสร้างสกุลเงินใหม่ขึ้นมาชื่อ bric โดย 1 bric มีทองคำหนุนหลัง 1 ออนซ์ ถ้าเปิดตัวจะได้รับการตอบรับจาก 41 ประเทศทั่วโลก ถ้าเป็นเช่นนี้ทองคำจะพุ่งพรวดจาก 1,950 เหรียญ ไปเป็น 3,000 เหรียญอย่างรวดเร็ว เท่ากับว่าเงินดอลลาร์จะลดค่าลงไปหลายเท่าตัว
สกุลเงินที่มีทองคำหนุนหลัง จะส่งผลให้เงินสกุลดอลลาร์ดอลลาร์ไม่ได้เป็นเงินสกุลหลักของโลกจะทำให้ทั่วโลกลดการถือครองพันธบัตรดอลลาร์สหรัฐมาเพิ่มทองคำมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นในอนาคตต่อไปเราไม่จำเป็นต้องถือเงินสกุลของประเทศที่กำลังล้มละลายทางเศรษฐกิจอย่างดอลลาร์สหรัฐที่มีหนี้สินสูงกว่า 307 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐและมีหนี้สาธารณะกว่า 3.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐไว้มากเกินไป เนื่องจากการค้าขายอาจใช้เป็นเงินบาท กับหยวนก็เป็นไปได้
ถึงเวลาที่จะเอาทองคำกลับมาเก็บไว้ที่ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” บ้านเราเอง
ซึ่งจะดูมีความมั่นคงและปลอดภัยกว่าหรือยัง!?!?! “ท่านเศรษฐา ทวีสิน”

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี