วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
.jpg)
กฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. 2567 ที่เพิ่งประกาศใช้เมื่อเร็วๆ นี้ กำลังเป็นประเด็นร้อนฉ่า
เป็นที่กล่าวขาน แชร์ข่าวต่อๆ กันในโลกออนไลน์ รวมถึงในสื่อมวลชนหลายสำนัก
โดยเฉพาะเหล่าอินฟลูฯ หยิบเอาเรื่องนี้มาจิกหัวด่ารัฐมนตรีสาธารณสุข จากพรรคเพื่อไทยขนานใหญ่
โจมตีรัฐบาลปัจจุบันในทำนองว่า เปิดทางให้ยาบ้าระบาดทั่วเมือง (ยาเสพติดอื่นด้วย) เพราะได้ออกประกาศ สธ. ให้ยาบ้าต่ำกว่า 5 เม็ดไม่ผิดกฎหมาย !?!?
ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตำรวจ และป.ป.ส. ถึงกับต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง
1. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า การเสพยาเสพติดให้โทษ โดยเฉพาะเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) หากไม่เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด คือ 5 เม็ด และไม่มีพฤติการณ์แวดล้อมที่ระบุว่าเป็นผู้ค้า ให้ถือเป็นผู้เสพต้องเข้ารับการบำบัด
แต่ถ้ามีพฤติการณ์หรือสภาพแวดล้อมเชื่อมโยงได้ว่าเป็นผู้ค้า แม้เพียง 1 เม็ดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
“...การออกกฎกระทรวงครั้งนี้ เป็นมติเอกฉันท์ร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางหลักเกณฑ์ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดประเภทยาบ้า โดยผู้ที่มียาบ้าในครอบครองไม่เกิน 5 เม็ด ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ และถือเป็นผู้ป่วยที่ต้องนำไปบำบัดรักษาให้หาย
แต่ทั้งนี้ ขึ้นกับความสมัครใจของผู้นั้น ถ้าไม่สมัครใจรับการบำบัด ก็จะถูกดำเนินคดีข้อหา “ครอบครองเพื่อเสพ” ตาม มาตรา 164 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่หากพิสูจน์ได้ว่ามีพฤติการณ์ที่เป็นการครอบครองเพื่อขาย ไม่ว่าจะกี่เม็ด ต้องถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมายฐานเป็นผู้ค้า” – รมว.สธ.กล่าวยืนยัน
2. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการป.ป.ส. ชี้แจงว่า ป.ป.ส มีหน้าที่บูรณาการทั้งการบำบัด ฟื้นฟู สนับสนุน การบังคับใช้กฎหมาย และกำหนดนโยบาย รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติด มติที่มีความเห็นร่วมกันเรื่องปริมาณการเสพและการครอบครองที่ออกมาแล้วนั้น ถือเป็นเอกฉันท์
โดยขณะนี้ มีตัวเลขผู้เสพของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ประมาณ 530,000 คน
ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มสีแดง ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นอันตรายต่อสังคมถึง 32,000 คน
นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล คือ นำผู้เสพ 32,000 คนนี้ เข้ามาสู่การบำบัดให้ได้
ทั้งนี้ การครอบครองยาเสพติดไม่ว่าจำนวนกี่เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาจากพฤติกรรมและรายงานการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ด้วย การมี 1-2 เม็ดแล้วจะอ้างว่ามีไว้เพื่อเสพ แต่เจ้าหน้าที่สืบสวนพบมีพฤติการณ์เป็นผู้ขายก็ต้องได้รับโทษ
3. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ ป.ป.ส. ดำเนินการป้องปรามและบังคับใช้กฎหมายมาโดยตลอด จากข้อมูลในปีงบประมาณ 2564 ถึงล่าสุดมกราคม 2567 มีการจับกุมทุกข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งสิ้น 827,552 คดี
สำหรับกฎกระทรวงฯ ดังกล่าว ออกตามความในมาตรา 107 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งกำหนดให้การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 5 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2 ในปริมาณเล็กน้อย ตามที่กำหนดไว้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ซึ่งจะช่วยให้การจำแนกความผิดข้อหา “ครอบครองเพื่อเสพ” และข้อหา “ครอบครอง” มีความชัดเจนมากขึ้น
4. ชัดเจนว่า ไม่ได้มีการไฟเขียวให้ครอบครองยาบ้าไม่เกิน 5 เม็ดอย่างเสรี หรือเสพยาบ้าอย่างเสรีไม่ผิดกฎหมาย
การกล่าวต่อๆ กันไปอย่างคลาดเคลื่อน อาจไม่เข้าใจสาระทั้งหมด หรือดูแค่ตัวประกาศที่ออกมา โดยไม่เข้าใจบริบทของกฎหมายหลักและแนวนโยบายอย่างถ่องแท้ หรือบางส่วนก็ผสมโรงปั่นข่าวเท็จดิสเครดิตรัฐบาล นำมาสู่ความเข้าใจผิดๆ และเกิดความตื่นตระหนกในสังคม
เมื่อเปิดกฎกระทรวงและประมวลกฎหมายยาเสพติด ก็จะเข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริงของแนวทางแก้ปัญหายาเสพติดในขณะนี้
กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ.2567 ระบุว่า การมีไว้ในครอบครองยาเสพติดจำพวก
- แอมเฟตามีน เอ็นเอ-ทิล เอ็มดีเอ หรือเอ็มดีอี แอลเอสดี เมทแอมเฟตามีนปริมาณไม่เกิน 5 หน่วยการใช้
- เฮโรอีน น้ำหนักสุทธิไม่เกิน 300 มิลลิกรัม
- โคคาอีน ไม่เกิน 200 มิลลิกรัม
- ฝิ่น ไม่เกิน 5,000 มิลลิกรัม ฯลฯ
ให้สันนิษฐานว่าเป็น “ผู้เสพ”
แต่ไม่ได้หมายความว่า กระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
กฎกระทรวงฉบับนี้ ออกตามความใน มาตรา 107 วรรค 2 แห่ง “ประมวลกฎหมายยาเสพติด” เพื่อกำหนดว่ายาเสพติดใน “ปริมาณเล็กน้อย” ที่ให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้เสพนั้น คือปริมาณเท่าใด
เพราะฉะนั้น จึงต้องไปดู “ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564”ซึ่งมีข้อที่น่าสนใจ ดังนี้
ม.162 ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 , 2 , 5 หรือ เสพวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 หรือ 2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ม.164 ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง เพื่อเสพ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ม.165 ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษา โดยคำนึงถึงการสงเคราะห์ให้จำเลยเลิกเสพยาโดยการบำบัดรักษา และพิจารณาลงโทษให้เหมาะสมกับจำเลยแต่ละคน ผลร้ายแรงตามประเภทและปริมาณยาเสพติด ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้กระทำผิด
ม.168 เมื่อมีการฟ้องต่อศาลว่าบุคคลใดกระทำความผิด ถ้าบุคคลนั้นไม่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดอื่น ในกรณีศาลเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดียังไม่สมควรลงโทษจำเลย หากจำเลยสำนึกในการกระทำ โดยตกลงเข้ารับการบำบัดรักษา เมื่อศาลสอบถามพนักงานอัยการแล้ว หากศาลเห็นสมควร ให้ส่งตัวจำเลยไปสถานพยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาต่อไป
ม.169 เมื่อจำเลยเข้ารับการบำบัดรักษาและปฏิบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขของคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด จนได้รับการรับรองเป็นหนังสือว่าเป็นผู้ผ่านการบำบัดรักษา เป็นที่น่าพอใจจากหัวหน้าสถานพยาบาล หรือ สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา ให้ศาลสั่งยุติคดี เว้นแต่จะต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับของกลาง และให้ผู้นั้นพ้นจากความผิด
(วรรคสอง) ถ้าจำเลยไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัดรักษาจนครบถ้วนให้ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาต่อไป
สรุปได้ว่า “ผู้เสพ” ยังคงมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ
แต่หากสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานบำบัด และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขจนได้รับการรับรองเป็นหนังสือ ศาลสั่งยุติคดี จึงจะถือว่าพ้นจากความผิดในฐานะผู้เสพ
แต่หากไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัดรักษา ศาลยกคดีขึ้นพิจารณาต่อก็ต้องรับโทษในฐานะผู้เสพต่อไป
และกรณีถ้าคือครองยาบ้าน้อยกว่า 5 เม็ด แต่มีพฤติการณ์ค้ายา ส่งยา ฯลฯ ก็สามารถถูกดำเนินคดีฐานค้ายาเสพติดซึ่งมีโทษสถานหนักอยู่นั่นเอง
สารส้ม

สุดเอือม! หลวงพี่เมาหนักกลาง บขส.อุดรธานี พูดลิ้นรัว ตำรวจคุมตัวสึก
ระทึกคืนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ กระสุนตกทะลุหลังคา เฉี่ยวร่างเจ้าของบ้าน
‘นายกฯ’อวยพรปีใหม่ 2569 ขอคนไทยมีความสุข เฉลิมฉลองด้วยความไม่ประมาท
เช็คอากาศปีใหม่ ‘ไทยตอนบน’หนาวเย็น ‘ภาคใต้ตอนล่าง’ฝนน้อย ‘ฝุ่น’ค่อนข้างมาก
'ดร.ส้ม' ลั่นไม่เคยเคลมผลงานใคร ยันลุยดัน กม.คุกคามทางเพศมาตั้งแต่ปี62

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี