วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อผมได้อ่านหนังสือ “ดิฉัน....ชื่อ นงเยาว์ ชัยเสรี” หน้า ๖๔-๖๖ ในหัวข้อ “You ไม่ใช่ University เป็นได้แค่ College of Social Science เท่านั้น”
คุณหญิงนงเยาว์ได้เล่าว่า.....เมื่อทำหน้าที่อธิการบดี สิ่งแรกที่ท่านนึกถึง คือคำพูดของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งอธิการบดี ในเรื่องที่ “เราจะต้องไปรังสิตให้ได้” ทำให้ท่านตระหนักถึงพันธกิจโครงการแรก คือ การวางแผนงานขยายมหาวิทยาลัยไปรังสิต ประจวบกับช่วงเวลานั้น....เวลาได้เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ได้เคยนำเสนอผู้บริหารมหาวิทยาลัยในต่างประเทศว่า
“เราเป็น University อันดับต้นๆ ของไทย” แต่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเหล่านั้นก็วิจารณ์กลับอย่างตรงไปตรงมาว่าอย่างกรณีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น
“......You ไม่ใช่ University เป็นได้แค่ College of Social Science เท่านั้น เพราะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่มีสาขาในด้านวิทยาศาสตร์ ไม่มีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ไม่มีคณะแพทยศาสตร์ ไม่มีคณะที่หลากหลายสาขาหรือศาสตร์ที่แตกต่างกัน....”
ปัจจุบันมีครบสมบูรณ์แล้ว ตามเจตนาของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และคุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี ครับ
อย่างไรก็ตาม คำวิจารณ์ดังกล่าว ทำให้ผมต้องไปทบทวนถึงแคนดิเดต 3 ท่านที่เสนอตัวลงชิงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการสรรหา ซึ่งมาจากคณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี อันเป็น 3 ใน 4 คณะแรกดั้งเดิมถ้ารวมคณะเศรษฐศาสตร์ไปด้วย
สามท่านนั้นล้วนเป็นอาจารย์จากคณะที่ท่าพระจันทร์แต่เดิม ตั้งแต่ยังไม่ขยายมาที่รังสิตและปัจจุบันก็ยังคงเป็นคณะจากเดิมที่ท่าพระจันทร์นั่นเอง จะด้วยข้อจำกัดอะไรไม่อาจทราบได้ จึงไม่มีอาจารย์จากคณะใหม่ๆ ทางด้านแพทยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีหรือวิศวกรรมศาสตร์จากที่รังสิตมาสมัครเป็นอธิการบดี
ตรงนี้จะถือว่าเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมาก็ไม่อาจสรุปได้เช่นนั้น เพราะถึงแม้ปรัชญาการจัดการการศึกษาขั้นรากฐานของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองวางเข็มอยู่ที่การผลิตกำลังคนที่มีความรู้กว้างขวาง หลากหลายและมีความรู้รอบตัวสูง อันเป็นลักษณะของวิชาทางด้านสังคมศาสตร์ และมาตรา ๔ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ.๒๔๗๖ ก็ระบุว่า “ให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมหาวิทยาลัยหนึ่งเรียกว่า “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” มีหน้าที่จัดการศึกษาวิชากฎหมายวิชาการเมือง วิชาเศรษฐการและบรรดาวิชาอื่นๆอันเกี่ยวกับวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง”
ไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยในตะวันตกที่มีชื่อเสียงและเน้นการเรียนการสอนทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์อย่าง MIT ก็มีประเพณีปฏิบัติคล้ายกันนี้ คือตลอดระยะเวลา 156 ปีของสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (MIT) อดีตอธิการบดี 17 คน รวมถึงคนที่ 18 ในปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่มีพื้นฐานการศึกษามาจากทางด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีหรือวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆ ทั้งนั้น แม้ MIT ได้เปิดให้มีการเรียนการสอนวิชาด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม
ส่วนมหาวิทยาลัยคู่แข่งในรัฐเดียวกันอย่าง ฮาร์วาร์ด ก็พึ่งเริ่มเปิดกว้างในตำแหน่งอธิการบดีเมื่อปี 2550 นี้เองเมื่อคณะกรรมการสรรหาได้เลือก Drew Gilpin Faust ที่ไม่ได้เป็นลูกหม้อเก่าแก่ดั้งเดิม หรือผ่านการศึกษาจากฮาร์วาร์ดไม่ว่าระดับไหน ขึ้นดำรงเป็นอธิการบดีหญิงคนแรกของมหาวิทยาลัยที่มีอายุ 387 ปีแห่งนี้ และปีที่แล้วประชาคมฮาร์วาร์ดได้เลือก Claudine Gay เป็นอธิการบดีหญิงผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์ของฮาร์วาร์ด
ขณะที่ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของกระบวนการสรรหาอธิการบดีของธรรมศาสตร์ที่ทราบคือ คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจเสนอชื่ออาจารย์ในคณะต่างๆ ที่เห็นว่าเป็นผู้เหมาะสมเพิ่มเติมเข้ามาเป็นผู้สมัครได้ ถ้าท่านนั้นไม่สมัครเข้ามาเอง หรือไม่ได้รับการเสนอชื่อจากประชาคมชาวธรรมศาสตร์
อันต่างกับมหาวิทยาลัยอายุกว่า 800 ปีอย่างเคมบริดจ์ที่เมื่อมีนาคมปีที่แล้ว คณะกรรมการสรรหาได้ไปทาบทาม Debbie Prentice อธิการบดีของมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สหรัฐอเมริกา ให้มารับตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการที่เคมบริดจ์ ซึ่งเธอก็ตอบตกลง หรือ Lawrence Bacow อดีตอธิการบดี ฮาร์วาร์ด คนก่อนหน้า Claudine Gay ก็เป็นอธิการบดี มหาวิทยาลัยทัฟส์ มาก่อนที่จะได้รับการทาบทามจากกรรมการสรรหาของฮาร์วาร์ดให้มาดำรงแหน่งอธิการบดี คนที่ 29 และก่อนหน้านั้น Bacow ก็เป็นนายกสภาฯ ของ MIT มาก่อน
ตรงนี้จะเห็นได้ว่าตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยในตะวันตกส่วนใหญ่แล้ว ไม่ได้ถูกผูกขาดอยู่แต่เฉพาะบุคคลที่เป็นลูกหม้อ ศิษย์เก่าหรือจากคณะดั้งเดิม คณะกรรมการสรรหาสามารถเฟ้นหาบุคคลที่มีความเหมาะสมทั้งจากภายในและข้างนอก แล้วทาบทามให้เข้ามาร่วมเป็นแคนดิเดต เพื่อผ่านกระบวนการคัดสรรในขั้นตอนต่อไป เช่นในกรณีของ Drew Gilpin Faust, Debbie Prentice หรือ Lawrence Bacow
เมื่อวานนี้ ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้อยู่ (๒๒ ก.พ.) เป็นวันที่ประชาคมธรรมศาสตร์กำลังใช้สิทธิเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี ซึ่งวันนี้ก็คงทราบกันแล้วว่า นอกจากแคนดิเดต 3 ท่านจากคณะดั้งเดิมที่ท่าพระจันทร์แล้ว จะมีแคนดิเดตจากคณะใหม่ๆ ที่รังสิตหรือไม่ แล้วถ้าไม่มี.....
คณะกรรมการสรรหาสามารถขยายเวลาต่อไปอีกได้ไหม สามารถทาบทามอาจารย์ในคณะใหม่ๆ ที่รังสิตเข้ามาเป็นแคนดิเดตอธิการบดีได้ไหม
ถ้าทำไม่ได้......อธิการบดีคนใหม่ก็จะหนีไม่พ้นสามท่านนั้น ครับ และขออภัยที่เราก็ยังเป็น College of Social Science เหมือนเดิมเพราะตำแหน่งอธิการบดี ไม่ใช่เพราะมีคณะใหม่ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์หรือวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีที่รังสิตแต่อย่างใด
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต

เช็คอากาศปีใหม่ ‘ไทยตอนบน’หนาวเย็น ‘ภาคใต้ตอนล่าง’ฝนน้อย ‘ฝุ่น’ค่อนข้างมาก
'ดร.ส้ม' ลั่นไม่เคยเคลมผลงานใคร ยันลุยดัน กม.คุกคามทางเพศมาตั้งแต่ปี62
มีหนาว! คุกคามทางเพศผ่านโซเชียลมีเดีย มีผลบังคับใช้แล้ววันนี้
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ ฉบับใหม่ กำหนดคุณสมบัติต้องห้าม ผู้ใหญ่บ้าน
สุริยะใส ย้อนเกล็ด เลือกตั้ง ไม่เอาลุง ครั้งนี้ ไม่เอาเทา คงได้ รัฐบาลเทวดา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี