Logo วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
รัฐบาลต้องเปิดใจ แก้เศรษฐกิจตรงจุด อย่าสร้างปัญหาใหม่

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ยังปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีไว้พิจารณาแล้วก็ตาม

นับว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังเมตตาต่อนายกฯ เศรษฐา


สมัยอดีตนายกฯลุงตู่ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด

จึงนับเป็นโอกาสที่นายกฯเศรษฐาจะได้เร่งเครื่องทำงาน เพราะโอกาสการทำงาน ไม่ทราบว่าจะมียาวนานแค่ไหน

ถ้าเป็นฟุตบอล นายกฯเศรษฐาควรเร่งเครื่องทำงาน เหมือนเตะอยู่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

1. นายกฯ เศรษฐาให้สัมภาษณ์จากประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า วันจันทร์ที่ 27 พ.ค.นี้ เวลา 16.00 น.จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.ศก.)

โดยเรียกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยกัน เพื่อหามาตรการ หรือไอเดียต่างๆ ที่จะต้องทำ หลังตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรก โตแค่เพียง 1.5% ต่ำที่สุดในอาเซียน

นายกฯ เอ่ยปากว่า จะไม่คอยผลจากโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ที่ตามแผนจะเริ่มไตรมาสสี่ แต่ต้องเริ่มทำงานก่อน เพราะจีดีพีโตแค่ 1.5% ถ้าไม่มีภาคบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราก็จะตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย อันนี้น่าเป็นห่วง และยังมีอีกหลายเรื่อง ทั้งบัตรเครดิต หนี้เสีย และหนี้ครัวเรือน

เมื่อถามว่าจะมีโครงการระยะสั้นออกมากระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่?

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตรงนี้เป็นที่มาของการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจดังกล่าว ซึ่งต้องมานั่งคุยกัน และตนได้บอกทุกคนไปว่าเวลามาให้มีข้อมูล และมาด้วยใจที่เปิดกว้าง พร้อมกับไอเดีย ไม่ได้ให้มาเพื่อที่จะสั่งว่าต้องทำอะไร การประชุมครั้งนี้คงยังไม่มีโครงการอะไรออกมาเซอร์ไพรส์แน่นอน ต่อไปจะมีการประชุมทุกสัปดาห์ อีกทั้งยังมีการประชุมวงเล็ก ซึ่งตนอยากฟังความคิดเห็นของทุกคน จะมีทั้งภาคการค้าระหว่างประเทศ ภาคการเกษตร ภาคกฎหมาย ภาคนโยบายซึ่งต้องฟังทุกคน และมีข้อสรุปออกมา

2. นี่คือสิ่งที่เคยเรียกร้องและเสนอแนะต่อรัฐบาลมาแล้วหลายครั้ง

คือ อย่าไปรอหวังพึ่งโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ไตรมาสสี่

เพราะโครงการยังลูกผีลูกคน เงินจาก ธ.ก.ส.จะใช้ได้โดยไม่ผิดกฎหมายหรือไม่ ก็ยังไม่มีความชัดเจน

ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า แม้จะไม่ใช่ภาวะวิกฤตความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจภาพรวม แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีอาการออกมาจุด เช่น กำลังซื้อในระดับฐานราก เช่น ตลาดชาวบ้านเงียบเหงา ค่าครองชีพสูงขึ้นหนี้ครัวเรือนสูงต่อเนื่อง ความสามารถในการแข่งขันของหลายภาคธุรกิจลดลง การลงทุนของภาครัฐยังล่าช้า ฯลฯ

เพราะฉะนั้น ขอสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งเครื่องอย่างเต็มที่

และขอให้ “ทำด้วยใจเปิดกว้าง” อย่างแท้จริง

บางอย่าง หากทำมาตรการเหมือนสมัยลุงตู่ทำแล้วจะเกิดผลดีรัฐบาลเศรษฐาก็ไม่ควรจะกลัวว่าจะเสียเชิง เสียรังวัด

ยกตัวอย่าง เช่น โครงการคนละครึ่ง เพื่อรักษาระดับกำลังซื้อ จะมีผลดีต่อตลาดฐานราก ตลาดชาวบ้านโดยตรง (การบริโภคภาพรวมยังขยายตัว)

หรือการแจกจ่ายเงินสำหรับกลุ่มเปราะบางเฉพาะกลุ่ม เป็นต้น

สำคัญ คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาอย่างรวดเร็วนั้น จะต้องแม่นยำ ตรงจุดตรงกลุ่มที่มีปัญหา

3. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สะท้อนชัดเจนถึงภาพรวมเศรษฐกิจ

ระบุว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 ขยายตัวที่ 1.5% YoY

แม้ว่าจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่ก็ถือขยายตัวอยู่ในระดับต่ำ

ปัจจัยกดดันหลัก มาจากการลงทุนภาครัฐที่หดตัวลงอย่างมากเนื่อง จากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้าถึงเดือนเม.ย. 2567 ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคก่อสร้างและภาคอุตสาหกรรม โดยภาคการผลิตอุตสาหกรรมยังคงชะลอลงต่อเนื่อง

ผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดน้อยกว่าช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสภาพอากาศที่ร้อนจัดและภัยแล้ง

การส่งออกไทยหดตัวจากปีก่อนหน้า เนื่องจากปัจจัยฐานสูง ประกอบกับการสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าไทยที่ส่งผลให้การส่งออกไทยฟื้นตัวช้า

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2567 มาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มทยอยขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้น (YoY) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

โดยได้รับแรงหนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณจากทางภาครัฐที่มีทิศทางเร่งตัวขึ้นหลังจากงบประมาณปี 2567 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเม.ย. 2567 นอกจากนี้ การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยปีนี้ที่ 36 ล้านคน

การส่งออกมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า แต่เนื่องจากผลจากปัจจัยฐานที่อยู่ในระดับสูงของปีก่อนหน้าคงมีลดลง ส่งผลให้การส่งออกไทยมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเติบโตจาก 2.8% มาอยู่ที่ 2.6% จากปัจจัยดังต่อไปนี้

1. การลงทุนและการบริโภคภาครัฐมีแนวโน้มหดตัวมากกว่าที่เคยคาดแม้จะมีการเร่งเบิกจ่ายในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่คาดว่าจะไม่เร่งตัวมากพอที่จะชดเชยการหดตัวในช่วงไตรมาส 1/2567 ได้

2. การส่งออกไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่เคยคาด ตามทิศทางการค้าโลกท่ามกลางภาคการผลิตทั่วโลกที่ยังอ่อนแรง ประกอบกับมีความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าและและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ อีกทั้งการส่งออกไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างจากความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลกที่ลดลง ส่งผลให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดคาดการณ์ลงจาก 2.0% เป็น 1.5%

3. ภาคการผลิตยังมีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง จากอุปสงค์ในประเทศที่ชะลอลงและอุปสงค์นอกประเทศที่ฟื้นตัวช้า ประกอบกับการเข้ามาตีตลาดของสินค้าราคาถูกจากจีน

4. ผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง สภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรในไตรมาส 1/2567 และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางเกษตรบางส่วนในไตรมาส 2/2567

5. ติดตามผลกระทบหากมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาททั่วประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ และอาจมีผลต่อไปยังการจ้างงานและการลงทุนในประเทศ

6. มาตรการกระตุ้นทางการคลังในประเทศยังมีความไม่แน่นอน โดยแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่ภาครัฐอาจออกมาตรการกระตุ้นในช่วงปลายปีนี้ แต่ผลต่อเศรษฐกิจไทยยังคงมีความไม่แน่นอน

4. การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวันทั่วประเทศ

หนึ่งในปัจจัยที่ต้องจับตามอง คือ การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวันทั่วประเทศ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวันทั่วประเทศและมีผลบังคับใช้จริงในเดือนต.ค.2567 คาดว่า จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อไปยังการจ้างงาน การลงทุน รวมถึงส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ ผลบวกต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคจากแรงงานที่ได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นอาจมีไม่มากนัก

การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ใช้แรงงานจำนวนมากให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำในสัดส่วนสูง เช่น ภาคเกษตร งานในครัวเรือนส่วนบุคคล และที่พักและบริการด้านอาหาร

ขณะที่ผลบวกต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคจากแรงงานที่ได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น อาจมีไม่มากนัก ท่ามกลางค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

อีกทั้ง เนื่องจากแรงงานในประเทศที่อิงค่าแรงขั้นต่ำมีสัดส่วนเป็นแรงงานต่างด้าวค่อนข้างมาก ซึ่งแรงงานต่างด้าวเหล่านี้มีแนวโน้มโอนเงินค่าจ้างที่ได้รับกลับไปยังประเทศตนเองราว 30-40%  ของรายได้ต่อเดือน ส่งผลให้ภาพรวมแรงงานที่ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายในการบริโภคในประเทศน้อยกว่าค่าจ้างที่ได้รับเพิ่มขึ้น (Marginal Propensity to Consume : MPC น้อยกว่า 1) ส่งผลให้ผลบวกต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในปี 2567 คาดว่าจะมีไม่มากนัก

“...โดยสรุป แม้การปรับเพิ่มขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะทำให้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ก็มีความเสี่ยงจากราคาสินค้าและบริการที่จะเพิ่มขึ้นตามรวมถึงการถูกเลิกจ้างงานในบางกิจการ

โดยก่อนหน้านี้มีสินค้าและบริการบางรายการปรับไปรอค่าจ้างที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น

ซึ่งหากภาครัฐไม่ได้มีมาตรการคู่ขนานในการควบคุมดูแลราคาสินค้าและบริการร่วมด้วย ทำให้ท้ายที่สุดแล้วความสามารถในการใช้จ่ายของแรงงานคงไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

และอาจต้องเผชิญความเสี่ยงถูกเลิกจ้างจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่อาจมีการหันไปประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

หรือบางกิจการ โดยเฉพาะ SMEs ที่อาจแบกรับต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นไม่ไหวจนต้องปิดตัวลง” – ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

นี่คืออีกหนึ่งประเด็นปัญหาใหญ่ ที่รัฐบาลและนายกฯเศรษฐาจะต้องเปิดใจพิจารณาอย่างจริงจัง มิใช่มุ่งแต่ผลทางการเมืองเฉพาะหน้า

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
17:22 น. กกต.ทถ.กทม.ประกาศผลนับคะแนน เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติ 1,537,784 คะแนน
17:11 น. โรงพยาบาลดังนครปฐม ประกาศเลิกกิจการ แจ้งคนไข้คืนเวชระเบียน
16:50 น. ประจักษ์ชัย โอบอุ้ม ฟารีดา เข้าไหทองคำ ควักแสนซื้อสัญญาเก่าลั่นช่วยประคองแบ่งเบาค่าเลี้ยงดูลูก
16:19 น. จบบริบูรณ์ ติณติณ-ฟารีดา ตกลงหารครึ่งค่าเลี้ยงดูลูก ติณติณจับท้องปุ๊บลูกดิ้นทันที
16:14 น. แม่ฮ่องสอนลุยดัน! อุโมงค์ทะลุเชียงใหม่-ยกระดับด่านการค้าบ้านห้วยผึ้ง
ดูทั้งหมด
ลิซ่า ลลิษา ครองบัลลังก์ผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก โพสต์ไอจี 1 ครั้ง มูลค่าสะเทือนทุกวงการ
พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ลง 80 สตางค์/ลิตร เซล คงเดิม
บทเรียน 'สึนามิทุเรียน' มาเลเซียดิ่งลูกละ4บ. สะท้อนวิสัยทัศน์ 'ศุภจี' ช่วยพยุงราคาทุเรียนไทยทันเวลา
แชร์สนั่นโลก คลิปช็อกนอกชายฝั่ง เวเนซุเอลา นาทีแผ่นดินไหวกลืนตึกสูงพังครืนคาตา
มารอข้ามคืน! เปิดใจ 'ป้านิต' คนแรกที่ได้กราบพระศพ 'พระองค์ภา' น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ดูทั้งหมด
​เปิดฉาก! ‘SITE 2026’ ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก
UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ
การเมืองเรื่อง‘ผู้ว่าฯ กทม.’
เรื่องสำคัญหนึ่งที่เราควรเรียนรู้และทำความเข้าใจ คือ กายมนุษย์ (1)
สุดแม่น?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรงพยาบาลดังนครปฐม ประกาศเลิกกิจการ แจ้งคนไข้คืนเวชระเบียน

ประจักษ์ชัย โอบอุ้ม ฟารีดา เข้าไหทองคำ ควักแสนซื้อสัญญาเก่าลั่นช่วยประคองแบ่งเบาค่าเลี้ยงดูลูก

จบบริบูรณ์ ติณติณ-ฟารีดา ตกลงหารครึ่งค่าเลี้ยงดูลูก ติณติณจับท้องปุ๊บลูกดิ้นทันที

คุณแม่สายสตรอง บุ๋ม ปนัดดา โชว์พลังอุ้มลูกชาย 2 คนพร้อมกัน น้ำหนักเกือบ 30 กิโลฯ

ปชช. แห่ร้องทุจริตสอบท้องถิ่น ทะลุนับร้อยเรื่อง หลังรัฐเปิดช่องทางลับทำเนียบฯ

วุ่นกว่าคนเจ็บก็กู้ภัยสี่ขานี่แหละ! ยืนเฝ้าหนุ่มรถล้มไม่ยอมห่าง จนเจ้าหน้าที่ต้องอุ้มสกัดดาวรุ่ง

  • Breaking News
  • กกต.ทถ.กทม.ประกาศผลนับคะแนน เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติ 1,537,784 คะแนน กกต.ทถ.กทม.ประกาศผลนับคะแนน เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ชัชชาติ 1,537,784 คะแนน
  • โรงพยาบาลดังนครปฐม ประกาศเลิกกิจการ แจ้งคนไข้คืนเวชระเบียน โรงพยาบาลดังนครปฐม ประกาศเลิกกิจการ แจ้งคนไข้คืนเวชระเบียน
  • ประจักษ์ชัย โอบอุ้ม ฟารีดา เข้าไหทองคำ ควักแสนซื้อสัญญาเก่าลั่นช่วยประคองแบ่งเบาค่าเลี้ยงดูลูก ประจักษ์ชัย โอบอุ้ม ฟารีดา เข้าไหทองคำ ควักแสนซื้อสัญญาเก่าลั่นช่วยประคองแบ่งเบาค่าเลี้ยงดูลูก
  • จบบริบูรณ์ ติณติณ-ฟารีดา ตกลงหารครึ่งค่าเลี้ยงดูลูก ติณติณจับท้องปุ๊บลูกดิ้นทันที จบบริบูรณ์ ติณติณ-ฟารีดา ตกลงหารครึ่งค่าเลี้ยงดูลูก ติณติณจับท้องปุ๊บลูกดิ้นทันที
  • แม่ฮ่องสอนลุยดัน! อุโมงค์ทะลุเชียงใหม่-ยกระดับด่านการค้าบ้านห้วยผึ้ง แม่ฮ่องสอนลุยดัน! อุโมงค์ทะลุเชียงใหม่-ยกระดับด่านการค้าบ้านห้วยผึ้ง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

จีนคบกัมพูชา เพื่อผลประโยชน์จีน  ไทยจะแตกตื่นไปทำไม?

จีนคบกัมพูชา เพื่อผลประโยชน์จีน ไทยจะแตกตื่นไปทำไม?

29 มิ.ย. 2569

ลากคอ ‘ขบวนการโกงสอบ’ เข้าคุก  ควบคู่คุ้มครองสิทธิ ‘คนสอบได้สุจริต’ อย่างไร?

ลากคอ ‘ขบวนการโกงสอบ’ เข้าคุก ควบคู่คุ้มครองสิทธิ ‘คนสอบได้สุจริต’ อย่างไร?

26 มิ.ย. 2569

ฟุตบอลโลกบันทึก  จุดจบในฐานะสินค้าสาธารณะในเมืองไทย?

ฟุตบอลโลกบันทึก จุดจบในฐานะสินค้าสาธารณะในเมืองไทย?

25 มิ.ย. 2569

ไฟทางสาธารณะ ใครจ่าย?

ไฟทางสาธารณะ ใครจ่าย?

24 มิ.ย. 2569

คดีโกงของเครือข่ายกำนันนก

คดีโกงของเครือข่ายกำนันนก

23 มิ.ย. 2569

ทนายปีศาจ  กับการเพิกถอนใบอนุญาตว่าความ

ทนายปีศาจ กับการเพิกถอนใบอนุญาตว่าความ

22 มิ.ย. 2569

กัมพูชา จะต้องซมซาน กลับมาคุยกับไทย

กัมพูชา จะต้องซมซาน กลับมาคุยกับไทย

19 มิ.ย. 2569

‘ทับลาน’ ป่าทับชาวบ้าน  ปัญหาทับถมมานานแล้ว

‘ทับลาน’ ป่าทับชาวบ้าน ปัญหาทับถมมานานแล้ว

18 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved