วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ผู้คนไม่ค่อยจะทราบว่าการออกลอตเตอรี่ที่พัฒนามาจนมีชื่อไทยว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลนี้มีการคิดและทำกันอย่างจริงจังภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยนายกรัฐมนตรี พระยาพหลฯ ได้นำเรื่องนี้มาเสนอต่อสภาฯในการประชุมเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2476 นับจากวันที่ตั้งรัฐบาลของท่านเพียง 11 วันเท่านั้น ดังนั้นจึงแสดงความคิดในการที่จะออกลอตเตอรี่เป็นการประจำเพื่อหาเงินมาใช้นี้ น่าจะดำเนินมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนคือตั้งแต่รัฐบาลของพระยามโนฯ แต่ก็ถือว่าเป็นแนวคิดของคณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองฯได้ เพราะถึงแม้จะนายกรัฐมนตรีคนละคนแต่ก็เป็นรัฐบาล ของคณะราษฎรที่สืบทอดต่อกันมา การออกลอตเตอรี่ในอดีตที่มีมาก่อนไม่ใช่เรื่องที่ทำกันอยู่ประจำ และเป็นเรื่องที่จะออกลอตเตอรี่ในวาระพิเศษให้แก่หน่วยงาน เช่นลอตเตอรี่สภากาชาด อันเป็นที่รู้จักกันดีพอสมควร
“เรื่องการออกสลากกินแบ่งของรัฐบาล อยากจะขออนุมัติจากสภาฯ ว่านโยบายในทางการออกสลากนี้จะสมควรหรือไม่ ถ้าไม่เข้าใจขอให้หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ทรงอธิบาย”
ท่านก็อธิบายว่า “การออกสลากลอตเตอรี่ที่จริงเป็นหน้าที่ฝ่ายบริหารถ้าจะออกไปก็ย่อมทำได้แต่ถ้าว่าเกี่ยวกับหลักนโยบาย ซึ่งควรจะได้รับความไว้ใจของสภา… ฉะนั้นจึงเสนอมาถ้าสภาได้อนุมัติความไว้ใจในหลักนโยบายอันนี้ ทางบริหารก็จะได้ดำเนินการต่อไป คือไม่อยากทำอะไรลงไปที่ไม่ได้รับความไว้ใจของสภา” แล้วนายกฯก็ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมการผู้เป็นประธานในเรื่องนี้อธิบายน่าสนใจมากที่การออกลอตเตอรี่ซึ่งก็เป็นการเล่นการพนันโดยรัฐนี้คนอธิบายกลายเป็นเจ้ากระทรวงที่ดูแลเรื่องการศึกษาของชาติ
“ข้าพเจ้าเป็นประธานกรรมาธิการเรื่องออกสลากกินแบ่งนี้ ได้ทราบเรื่องตลอด คือการออกลอตเตอรี่นี้ จะออกเป็นเงินล้านบาท แบ่งเป็นเงินรางวัล 50% อีก 50% นั้น แบ่งเป็นค่าภาษีของรัฐเสีย 10% เป็นค่าใช้จ่าย 5% เป็นค่า Commission 5% และเหลืออีก 30% นั้นคือเงินที่ได้ไปใช้บำรุงการศึกษาการ พยาบาลและสาธารณประโยชน์อื่นๆ เป็นการช่วยแรงเงินงบประมาณของรัฐซึ่งอยู่ในยามฝืดเคืองด้วย กำหนดจะออกในต้นเดือนเมษายนในวันงานกาชาด”
หลวง บรรณกรโกวิท ถามว่า “เงินที่เหลืออีก 30% นั้นจะนับเป็นรายได้ในงบประมาณของรัฐบาลหรือว่าเพื่อทำ Charity” คำตอบนั้นคือไม่ใช่รายได้ แต่เพื่อการกุศล
สมัยนั้นสยามประเทศมีประชากร 12,000,000 คน จะออกลอตเตอรี่ขายเป็นเงิน 1,000,000 บาท ซึ่งสมัยนั้นถือว่ามากอยู่แต่เชื่อว่าจะขายได้ และรัฐก็จะมีเงินเก็บเป็นรายได้ภาษี 10% ซึ่งก็ไม่มากเลย กระนั้นยังมีผู้เสนอว่าน่าเก็บสัก 5% ดีว่าพระยามโนฯท่านบอกว่าทำไม่ได้ เพราะขัดตัวกฎหมาย ที่กำหนดไว้ และรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำคือรายได้อีก 30% ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องไปบำรุงการศึกษาและการสาธารณสุข
แต่เรื่องนี้ก็แปลกรัฐบาลบอกว่าเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารแล้วก็มาเสนอต่อสภาฯเพื่อทราบและอนุญาตให้ไต่ถามได้เผื่อว่าจะได้ชี้แจง และเมื่อไปทำจะได้ไม่มีปัญหา ที่มันแปลกอย่างนี้ก็เพราะว่าเมื่อพูดกันไปได้สักพักหนึ่งประธานสภากลับสรุปดังที่บันทึกไว้ว่า
“เรื่องนี้เป็นแต่รัฐบาลได้นำเสนอให้ทราบ คือเป็นคำแถลงนโยบายเพิ่มเติมเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาฯเพราะฉะนั้นถ้าไม่มีผู้ใดทักท้วงในหลักการนี้แล้วก็เป็นอันว่าสภาฯนี้เห็นชอบด้วยในการจะให้รัฐบาลออกลอตเตอรี่ได้ ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ในที่สุดที่ประชุมได้อนุมัติให้รัฐบาลออกลอตเตอรี่ได้”
เรื่องการเสี่ยงโชคในการเล่นการพนันนั้น รู้ว่าคนไทยน่าจะชอบมานานแล้ว ได้มีการเล่นหวยที่มีก่อนหน้านั้นแล้ว ทั้งๆ ที่การเล่นหวยนั้นผู้ที่ออกหวยก็เป็นเอกชนนั่นเอง ไม่ใช่รัฐบาลเหมือนการออกลอตเตอรี่ ส่วนการออกลอตเตอรี่ก่อนหน้านี้ก็เคยมีมาแล้ว“เช่นลอตเตอรี่ สภากาชาด…” ที่เคยออกมาและก็ให้รางวัลเพียง 50% เช่นเดียวกันกับที่เสนอครั้งนี้
นรนิติ เศรษฐบุตร

6 ตัวแทนเฝ้าหีบ แถลงโต้ กกต. ปมกล่าวหาปลอมเอกสารใบขีดคะแนน ชลบุรี เขต 1
ACSC เตือนภัย เช็กก่อนรับ! ระวังมิจฉาชีพตีเนียนส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง
ภราดร สวนหมัด จูรี ปมทวงเงินน้ำท่วม ยันพร้อมจ่าย รอ กกต.ไฟเขียว
หวานไม่แผ่ว นาเดีย ควงสามีดินเนอร์หวานก่อนวาเลนไทน์
ล้างบางแก๊งสแกมเมอร์! ปปง.สั่งยึดทรัพย์ 1.3 หมื่นล้าน ตกเป็นของแผ่นดิน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี