วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
สยามมีผู้แทนราษฎรมาได้ประมาณหนึ่งปีจึงจะคิดที่จะจ่ายเงินเดือนหรือเงินสมนาคุณให้แก่บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร เข้าใจว่าก่อนหน้านั้นไม่ได้คิดในเรื่องที่จะจ่ายเป็นเดือนเพราะสมาชิกสภาฯที่มาจากการแต่งตั้งเกือบทั้งหมดในจำนวน 70 คนนั้นเป็นอดีตข้าราชการและข้าราชการปัจจุบัน จะมีบุคคลที่ไม่ได้เป็นข้าราชการอยู่น่าจะไม่ถึง 10 คน ดังนั้นถ้ามีการจ่ายกันอยู่ ก็น่าจะจ่ายในลักษณะเป็นค่าตอบแทนในการมาร่วมประชุมเป็นครั้งๆ ไป เพราะสภาไม่เคยพิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่สมาชิกสภาฯ จนเวลาล่วงเลยมาในการประชุมครั้งที่ 4 ของปี 2476 ในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2476 พระวุฒิศาสตร์เนติญาณ ข้าราชการกระทรวงเศรษฐการ สมาชิกสภาฯได้อภิปรายว่า
“รู้สึกว่าเวลานี้การเลือกตั้งผู้แทนราษฎรตามกำหนดนั้นได้ใกล้เข้ามาแล้ว และตามพระราชบัญญัติเลือกตั้งฉบับใหม่ก็ให้จำกัดไว้ว่าต้องเป็นราษฎรไม่ใช่ข้าราชการ แปลว่าเป็นผู้ที่ไม่มีทางอื่นจะเลี้ยงอาชีพ นอกจากจะเอามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เวลานี้ก็จวนเจียนเข้ามาแล้วเห็นว่ารัฐบาลควรจะประกาศให้เขารู้ว่าการมาเป็นสมาชิกนั้นจะมีรายได้เท่าใด เพื่อที่จะให้เขาคิดว่าเป็นการเพียงพอจะมาฉลองพระเดชพระคุณได้หรือไม่ เพราะเขาไม่ใช่จำพวกที่มั่งมีเหลือเกิน”
ครั้งนั้น นายกรัฐมนตรีตอบว่าเรื่องนี้กำลังตั้งกรรมาธิการพิจารณาอยู่ นี่เอง ที่รัฐบาลจึงได้เร่งให้มีพระราชบัญญัติเงินเดือนและค่าพาหนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกมามีผลประกาศใช้ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2476 ในช่วงระยะเวลาที่กำลังมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดแรกของประเทศสยาม และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่กำลังเกิดกบฏบวรเดช ที่ยกกำลังทหารจากอยุธยาและโคราชเข้ามาเพื่อจะล้มรัฐบาลของพระยาพหลฯหรือรัฐบาลของคณะราษฎรในพระนครนั่นเอง
ความสำคัญของผู้บัญญัติเงินเดือนฉบับนี้ อยู่ที่มาตรา 3 และมาตรา 4 และมาตรา 5
“มาตรา 3 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกจากข้าราชการประจำการ ให้ได้รับเงินเดือนในสมัยประชุมเดือนละ 250 บาท นอกสมัยประชุมเดือนละ 100 บาท แต่ถ้าเป็นข้าราชการประจำการให้ได้รับเบี้ยประชุมเฉพาะในสมัยประชุมเดือนละ 200 บาท
มาตรา 4 ประธานสภาและรองประธานสภานั้น นอกจากประโยชน์ที่จะได้รับในฐานะเป็นสมาชิก ให้ได้รับเงินเพิ่มพิเศษประจำตำแหน่งประธานเดือนละ 400 บาทรองประธานเดือนละ 200 บาท
มาตรา 5 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ต่างจังหวัด ต้องเดินทางเข้ามาประชุมหรือกลับจากประชุมไปยังถิ่นของตน อันเนื่องจากงานของสภาผู้แทนราษฎร ให้ได้รับค่าพาหนะตามข้อบังคับของสภา”
ดังนั้นเงินเดือนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเริ่มต้นขึ้นตามความในพระราชบัญญัติเงินเดือนและค่าพาหนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้ ซึ่งหมายความว่าก็จะต้องให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและที่มาจากการแต่งตั้งอย่างเท่าเทียมกันเพราะไม่ได้มีความตรงใดที่ระบุว่าให้เฉพาะประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ
ดูจากเงินเดือนของประธานสภาฯที่ได้จากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดือนละ 250 บาท ในสมัยประชุม บวกกับเงินเพิ่มพิเศษประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกเดือนละ 400 บาท ดังนั้นในเดือนที่มีการประชุมประธานสภาจึงได้รับเงินประจำเดือนรวมกันจำนวน 650 บาท และในเดือนที่ไม่ใช่สมัยประชุม ได้รับเดือนละ 500 บาท นับว่าเป็นการกำหนดเงินเดือนเทียบเคียงให้ในระดับสูง เพราะในสมัยนั้นผู้ที่รับราชการเป็นระดับเจ้าพระยาเคยได้รับเงินสูงสุดเดือนละ 600 บาท ในเวลานั้นราคารถยนต์นั่งชั้นดีที่มีโฆษณาขายกันอยู่ก็ราคาคันละประมาณ 2,200 ถึง2,300 บาทนั่นเอง
นรนิติ เศรษฐบุตร

ทรัมป์เชิญไทย ร่วมเป็นคณะกรรมการสันติภาพ กต.เผยอยู่ระหว่างศึกษา
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สุชาติ-มนูภาน 2 กรรมการ ป.ป.ช. พ่วงแต่งตั้ง สุรพงษ์ เลขาฯ ป.ป.ช.
'ปวงชนไทย'ผุดไอเดียนโยบาย 'ห้องเย็นชุมชน' เพื่อเกษตรกร แก้ปัญหาราคาตก
สังเวยความเพลีย! รถน้ำแข็งหลับใน ‘พุ่งชนสะพาน’ หลังตระเวนส่งของ 10 ชม.
ฝากขัง'หัวหน้า รปภ.' บุกห้องพักหญิงสาว โรงแรมดังโพสต์แจงขอโทษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี