วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
ผู้นำกับการแต่งตัวที่ต้องถูกกาลเทศะ

ดูทั้งหมด

  •  

ปัจจัย ๔ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องดำรงชีวิตของมนุษย์นั้น ประกอบไปด้วย อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ในส่วนของเครื่องนุ่งห่มนั้น มนุษย์ตั้งแต่ยุคโบราณกาลก็ให้ความสำคัญของเครื่องนุ่งห่มแล้ว โดยเชื่อว่าตั้งแต่ยุคหินที่ผ่านมาเป็นหลายล้านปี มนุษย์ก็เริ่มรู้จักการนำใบไม้ใบใหญ่ๆ มาปกปิดร่างกายโดยเฉพาะในส่วนที่เรียกว่าของสงวน อันได้แก่อวัยวะเพศมาแล้ว

ในที่สุดมนุษย์ก็ทราบว่าเส้นใยของพืชต่างๆ นั้นสามารถนำมาถักทอให้เป็นสิ่งที่เรียกว่า ผ้า และนำมาตัดแต่งเพื่อห่อหุ้มร่างกายได้ดีมากขึ้นตามลำดับ รวมทั้งการนำหนังสัตว์ที่มีขนมาห่อหุ้มร่างกายในฤดูที่อากาศหนาวเย็นจัดด้วย


เมื่อมีความเจริญเพิ่มมากขึ้น จากเครื่องห่อหุ้มร่างกายที่ส่วนใหญ่เป็นผ้าผืนใหญ่ๆ ก็เริ่มมีการนำมาตัดเพื่อสวมใส่ในรูปแบบของเสื้อ กางเกงและกระโปรง ซึ่งต่อมาก็เน้นเรื่องความสวยงามมากขึ้นตามลำดับ มีการออกแบบและประดับตกแต่งมากขึ้น จนเกิดคำว่าแฟชั่นเครื่องแต่งกาย

เมื่อย้อนไปดูประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะของชาติใดก็ตาม ก็จะพบว่าในกลุ่มคนที่อยู่อาศัยร่วมกันจนเกิดเป็นชาตินั้น จะมีผู้นำระดับต่างๆ สูงสุดก็คือ พระเจ้าแผ่นดิน หรือพระมหากษัตริย์ มีเครือญาติและผู้รับใช้ใกล้ชิดเป็นลำดับชั้นซึ่งการแต่งกาย ก็จะมีรูปแบบที่แสดงความสำคัญของบุคคลและระดับชั้นด้วย ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่ในการต่อสู้ปกป้องแผ่นดินหรือที่เรียกว่าทหาร และผู้ที่ทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองที่เรียกว่าข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ก็มีเครื่องแบบเช่นกัน  ส่วนราษฎรทั่วไปก็แต่งตัวตามสะดวก

ในส่วนของประเทศไทยนั้น มีการกำหนดรูปแบบและระเบียบในการใช้เครื่องแบบของทั้งทหารและข้าราชการ เจ้าหน้าที่ โดยจะมีลักษณะเฉพาะหรือมีเครื่องหมายประดับที่ทำให้บ่งชี้ได้ว่าเป็นทหารของกองทัพใดหรือข้าราชการของฝ่ายใด รวมทั้งการกำหนดชั้นยศต่างๆ ไว้ด้วย

การแต่งกายของข้าราชการซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ของรัฐ ได้มีการกำหนด เครื่องแต่งกาย ออกมาเป็น ๒ แบบใหญ่ๆ คือเครื่องแบบปฏิบัติราชการและเครื่องแบบพิธีการ ซึ่งถูกแบ่งย่อยดังนี้

เครื่องแบบปฏิบัติราชการ หรือที่เรียกว่าชุดสีกากี โดยประวัติของการใช้สีกากี นั้นมีมาตั้งแต่สมัยยุคล่าอาณานิคมของอังกฤษ ซึ่งส่งทหารไปประจำการที่ประเทศอินเดีย โดยมองว่าสีกากีเป็นสีที่ดูดความร้อนน้อย ใส่สบาย ดูเรียบร้อย และเป็นสีของดิน เหมาะกับการที่จะต้องคลุกคลีกับประชาชนทั่วไปคือต้องอยู่ติดดิน โดยชุดสีกากีนี้มี ๒ รูปแบบ คือแบบคอพับ ซึ่งอาจจะเป็นแขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้ มีกระเป๋าเสื้อบริเวณหน้าอก ๒ ข้างเป็นเครื่องแบบที่ใช้ทั่วๆ ไป ส่วนอีกแบบหนึ่งนั้น คือแบบคอแบะ ซึ่งจะเป็นเสื้อแขนสั้นเท่านั้นและใส่ปล่อยเอวไม่เหน็บเข้าไว้ในกางเกงหรือกระโปรง ใส่ร่วมกับกางเกงขายาวสีเดียวกันซึ่งจะมีตะเข็บด้านหน้าหรือไม่ก็ได้ สำหรับสุภาพสตรีนั้นจะใส่กับกระโปรงสีกากีเช่นกัน โดยความยาวของกระโปรงให้คลุมหัวเข่าเล็กน้อย ส่วนชายกระโปรงบานออกพองาม

เครื่องแบบพิธีการนั้น ส่วนของตัวเสื้อผู้ชายซึ่งเป็นสีขาวนั้น เรียกว่าเสื้อราชปะแตน ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ได้เสด็จไปประพาสประเทศอินเดียและยุโรป ทรงเห็นรูปแบบเสื้อที่ผู้นำระดับประเทศหรือข้าราชการชั้นสูง สวมใส่ที่มีลักษณะพิเศษคือส่วนของคอจะตั้งขึ้น จึงนำมาดัดแปลงโดยมอบให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดีเป็นผู้ทำแบบขึ้น และมีพระบรมราชานุญาต ให้ตั้งชื่อโดยผสมคำบาลี Raj ที่หมายถึงพระราชา เข้ากับคำภาษาอังกฤษว่า pattern จึงเป็นที่มาของคำเรียกชื่อเสื้อนี้ว่าราชแพตเทิร์น ซึ่งต่อมาได้ถูกเรียกเพี้ยนจนติดปากถึงปัจจุบันว่าราชประแตน  ส่วนกางเกงนั้นยังคงเป็นกางเกงขายาวแบบที่ใช้กันทั่วไป  สำหรับสุภาพสตรีใช้เสื้อแบบคอแบะ โดยสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนคไทสีดำ ซ่อนไว้ภายใต้เสื้อตัวนอก

เครื่องแบบพิธีการนั้น ยังแบ่งย่อยออกเป็น 3 รูปแบบคือ เครื่องแบบปกติขาว กำหนดให้ทั้งเสื้อและกางเกงเป็นสีขาว เครื่องแบบครึ่งยศ กำหนดให้กางเกงเป็นสีดำ และเครื่องแบบเต็มยศ กำหนดให้กางเกงเป็นสีดำโดยให้ข้าราชการระดับสูงที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย สวมใส่สายสะพายด้วย

การสวมใส่เครื่องแบบราชการนั้น จะมีเครื่องหมายที่เป็นเข็มกลัดโลหะสีทอง แสดงถึงหน่วยงานติดประดับอยู่ที่ปกเสื้อ และแถบชั้นยศติดประดับอยู่ที่บ่าด้วยเสมอ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เป็นแถบสีหรือเหรียญตรา ให้ติดเป็นแผงเหนือกระเป๋าเสื้อบริเวณหน้าอกด้านซ้าย และอาจจะติดเหรียญเกียรติยศอื่นๆ เพิ่มเติม เหนือกระเป๋าเสื้อด้านหนึ่งด้านใดตามความเหมาะสม โดยการแต่งตัวด้วยชุดแบบพิธีการนั้น จะมีการกำหนดว่าจะใช้แบบไหนในงานแบบใด โดยแจ้งอย่างเป็นทางการล่วงหน้าเสมอ

ในสมัยที่ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์รัฐบุรุษ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้ ทูลขอแบบเสื้อจากในหลวงรัชกาลที่ ๙ เพื่อให้ข้าราชการรวมทั้งนักการเมืองสวมใส่ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นประจำ และในงานที่เป็นกึ่งทางการ ซึ่งพระองค์ได้ทรงพระราชทานแบบเสื้อที่เรียกว่า เสื้อพระราชทาน เป็นเสื้อแบบคอตั้งคล้ายคอจีน มีทั้งแขนสั้นและแขนยาว มีกระเป๋าซ่อน ๑ ใบบริเวณหน้าอกด้านซ้าย ซึ่งเป็นเสื้อที่ได้รับความนิยมและใช้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้

สำหรับผู้บริหารระดับผู้นำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือผู้บริหารระดับสูง การแต่งกายที่ถูกต้องเหมาะสมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ และถึงแม้จะเป็นวันหยุดราชการ ก็ยังจำเป็นที่จะต้องแต่งตัวให้ถูกต้องตามกาลเทศะ เพราะการแต่งตัวเป็นสิ่งซึ่งแสดงถึงภาวะผู้นำของบุคคลนั้นๆ ด้วย และยังจะเป็นตัวอย่างให้ประชาชนคนทั่วไป รวมทั้งเด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้ในเรื่องของการแต่งกายให้เหมาะแก่กาลเทศะและลักษณะงานที่กำลังปฏิบัติอยู่นั้นด้วย

ภาพที่เห็นอยู่บ่อยครั้งในเรื่องการแต่งกายของนายกรัฐมนตรีท่านปัจจุบัน จะเห็นรูปแบบของเสื้อผ้าเป็นแบบต่างๆ ซึ่งดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นสากล เช่นการสวมชุดสูท  ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกประเทศเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ และที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างประเทศ  ซึ่งก็ดูเหมือนจะเหมาะสมแต่กลับปรากฏว่าถุงเท้าที่ใส่นั้น กลับเป็นสีที่ไม่เหมือนกัน และเป็นสีที่ฉูดฉาด อันเป็นสิ่งที่ผู้นำประเทศอื่นๆ ไม่ถือปฏิบัติ จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเหมาะสม

การแต่งกายนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นสิทธิส่วนบุคคล รวมทั้งอาจจะเป็นความชอบส่วนตัว แต่การแต่งกายไปในงานที่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ควรจะต้องให้มีความถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะด้วย

การแต่งกายของนายกรัฐมนตรีไปในงานที่น่าจะเป็นทางการ คือการเปิดงาน โครงการยกระดับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สระแก้ว และอื่นๆ  ซึ่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนั้น ได้ถูกจัดสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ตั้งแต่สมัยที่พระองค์ยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชซึ่งประชาชนได้มีส่วนร่วมบริจาคเงินด้วย โดยทรงเห็นว่าโรงพยาบาลในต่างจังหวัดหลายแห่งยังมีสภาพที่ไม่เหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชนที่เจ็บป่วยอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน ได้จัดสร้างขึ้นรวม ๒๑ โรง และปัจจุบันพระองค์ยังทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด้วย

ในวันนั้น นายกรัฐมนตรีได้แต่งกายโดยสวมกางเกงยีนส์และเสื้อยืด  ทับด้วยเสื้อคลุมกึ่งแจ๊กเกต และใส่รองเท้าผ้าใบราคาแพง โดยนายกฯ เป็นประธานในพิธี ซึ่งจะต้องเป็นผู้เปิดกรวยเพื่อเป็นการถวายความเคารพ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐  ซึ่งการแต่งกายดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต้องถือว่าไม่เหมาะสมและไม่ถูกกาลเทศะอย่างที่สุด เป็นการไม่เทิดพระเกียรติ ไม่แสดงความเคารพยกย่องต่อองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำประเทศต้องไม่ปฏิบัติเช่นนี้เป็นอันขาด

การกระทำดังกล่าว เป็นเรื่องที่ประชาชนจำนวนมากกล่าวถึงในทางที่ไม่ดีทั้งสิ้น ถึงความไม่เหมาะสม เป็นตัวอย่างที่ไม่พึงกระทำและไม่ควรจะกระทำ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเชื่อว่าประชาชนชาวไทยที่มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และสถาบัน คงไม่อยากเห็นภาพและเหตุการณ์แบบนี้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งการจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้ภาพเช่นนั้นปรากฏอีกคงมีคำตอบได้หลายคำตอบ ซึ่งท่านนายกฯคงจะต้องคิดได้เอง

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:47 น. กองทัพเรือ ลุยช่วยอุทกภัยภาคใต้ ลำเลียงสิ่งของขึ้น เรือหลวงอ่างทอง ถึงหาดใหญ่ 1 ธ.ค.
21:21 น. ภราดร โต้กลับ ลิซ่า หลังถูกปรามาสเรื่องไม้กวาดมะพร้าว
21:21 น. ทนายแก้วช่วยด้วย เป็กกี้ ศรีธัญญา ตกใจได้รับหมายศาล คนในอดีตฟ้องแบ่งทรัพย์สิน
20:52 น. กองทัพบก น้อมรับพระราชกระแส 'ในหลวง' พระราชทานโดรนช่วยอุทกภัยภาคใต้
20:41 น. ลิลลี่ เผย ลำบากใจในฐานะคนกลาง 'แม่-พี่เจนนี่'ยังไม่คุยกัน
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 26 พ.ย.-2 ธ.ค.68
ราชทัณฑ์ แจงปมภาพถ่ายครอบครัว'ทักษิณ' ชี้โครงการ เยี่ยมญาติใกล้ชิด จัดมาแล้วหลายปี 
เริ่มพรุ่งนี้!!! เตรียมรับความหนาว พีคสุด 28-30 พ.ย. กทม.ลุ้น 16-17 องศา
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงคว้าเหรียญทองศิลปะบังคับม้า ประเภททีม ประเดิมการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย
มาแล้ว กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 พ.ย.-4 ธ.ค.68
ดูทั้งหมด
รัฐบาล ฝ่ายค้าน กับมหาอุบัติภัยของประเทศ
หากกรุงเทพฯ เจอปัญหาเหมือนหาดใหญ่ จะวายป่วงสักเพียงใด
เมื่อสหรัฐฯจัดตั้งกองกำลังตอบโต้ศูนย์หลอกลวงมนุษย์ (Strike Force)
‘เอาอยู่’ คำสาปมหาภัย
บุคคลแนวหน้า : 29 พฤศจิกายน 2568
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

กองทัพเรือ ลุยช่วยอุทกภัยภาคใต้ ลำเลียงสิ่งของขึ้น เรือหลวงอ่างทอง ถึงหาดใหญ่ 1 ธ.ค.

ภราดร โต้กลับ ลิซ่า หลังถูกปรามาสเรื่องไม้กวาดมะพร้าว

ทนายแก้วช่วยด้วย เป็กกี้ ศรีธัญญา ตกใจได้รับหมายศาล คนในอดีตฟ้องแบ่งทรัพย์สิน

ลิลลี่ เผย ลำบากใจในฐานะคนกลาง 'แม่-พี่เจนนี่'ยังไม่คุยกัน

เจ้าคิเพคี ยีราฟไร้ลายตัวที่4ของโลก ตายปริศนาหลังเกิดมาได้เพียง2ปี

(คลิป) 3ตัวแซ่บ แจง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ธารน้ำใจชุมชนแนวหน้าไหลลงหาดใหญ่

  • Breaking News
  • กองทัพเรือ ลุยช่วยอุทกภัยภาคใต้ ลำเลียงสิ่งของขึ้น เรือหลวงอ่างทอง ถึงหาดใหญ่ 1 ธ.ค. กองทัพเรือ ลุยช่วยอุทกภัยภาคใต้ ลำเลียงสิ่งของขึ้น เรือหลวงอ่างทอง ถึงหาดใหญ่ 1 ธ.ค.
  • ภราดร โต้กลับ ลิซ่า หลังถูกปรามาสเรื่องไม้กวาดมะพร้าว ภราดร โต้กลับ ลิซ่า หลังถูกปรามาสเรื่องไม้กวาดมะพร้าว
  • ทนายแก้วช่วยด้วย เป็กกี้ ศรีธัญญา ตกใจได้รับหมายศาล คนในอดีตฟ้องแบ่งทรัพย์สิน ทนายแก้วช่วยด้วย เป็กกี้ ศรีธัญญา ตกใจได้รับหมายศาล คนในอดีตฟ้องแบ่งทรัพย์สิน
  • กองทัพบก น้อมรับพระราชกระแส \'ในหลวง\' พระราชทานโดรนช่วยอุทกภัยภาคใต้ กองทัพบก น้อมรับพระราชกระแส 'ในหลวง' พระราชทานโดรนช่วยอุทกภัยภาคใต้
  • ลิลลี่ เผย ลำบากใจในฐานะคนกลาง \'แม่-พี่เจนนี่\'ยังไม่คุยกัน ลิลลี่ เผย ลำบากใจในฐานะคนกลาง 'แม่-พี่เจนนี่'ยังไม่คุยกัน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ความสัมพันธ์ไทย-จีน‘เราเป็นครอบครัวเดียวกัน’

ความสัมพันธ์ไทย-จีน‘เราเป็นครอบครัวเดียวกัน’

24 พ.ย. 2568

เขมร ยังจะต้องไว้ใจกันอีกหรือ

เขมร ยังจะต้องไว้ใจกันอีกหรือ

17 พ.ย. 2568

จากอั้งยี่ มาสู่แก๊งสแกมเมอร์

จากอั้งยี่ มาสู่แก๊งสแกมเมอร์

10 พ.ย. 2568

พระองค์ผู้ทรงเป็นวีรสตรี มหาราชินี

พระองค์ผู้ทรงเป็นวีรสตรี มหาราชินี

3 พ.ย. 2568

ผู้บริหารบ้านเมืองต้องไม่ทุจริต คดโกง

ผู้บริหารบ้านเมืองต้องไม่ทุจริต คดโกง

27 ต.ค. 2568

จากการพนันสู่แก๊งสแกมเมอร์ อันตรายของชาติ

จากการพนันสู่แก๊งสแกมเมอร์ อันตรายของชาติ

20 ต.ค. 2568

อธิปไตย อย่าให้ใครรุกราน

อธิปไตย อย่าให้ใครรุกราน

13 ต.ค. 2568

รัฐธรรมนูญ จากปี ๒๔๗๕ ถึง ๒๕๖๐.... ยังต้องแก้อีกหรือ

รัฐธรรมนูญ จากปี ๒๔๗๕ ถึง ๒๕๖๐.... ยังต้องแก้อีกหรือ

6 ต.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved