วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
การบริหารการคลัง กับวิกฤตการเงิน

ดูทั้งหมด

  •  

พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงก่อตั้งอาณาจักรอยุธยาและทรงเป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์แรกคือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ หรือพระเจ้าอู่ทอง จากราชวงศ์สุพรรณภูมิ พระองค์ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีในปีพุทธศักราช ๑๘๙๓ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง และอาณาจักรอยุธยาได้ดำรงคงอยู่มาเป็นระยะเวลา ๔๑๗ ปี

พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่จัดการปกครองบ้านเมืองโดยมีการจัดแบ่งโครงสร้างที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทยได้เรียกว่า จตุสดมภ์


เชื่อกันว่ารูปแบบการจัดการปกครองแบบจตุสดมภ์นั้น พระเจ้าอู่ทองทรงนำแบบอย่างมาจากขอม ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอิทธิพลในดินแดนละแวกนี้มาแเต่เดิม โดยแบ่งส่วนการปกครองเป็น ๔ กรม คือกรมเวียง กรมวัง กรมคลังและกรมนา โดยผู้ที่รับผิดชอบจะมีตำแหน่งเป็นขุน คือขุนเวียง ขุนวัง ขุนคลัง และขุนนา

กรมเวียง ทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในราชอาณาจักร และทุกข์สุขของราษฎร ปราบโจรผู้ร้าย ตัดสินคดีความร้ายแรง

กรมวัง ทำหน้าที่ดูแลพระมหากษัตริย์และกิจการในพระราชสำนัก และพิพากษาคดีให้ราษฎร

กรมคลัง ทำหน้าที่ติดต่อการค้าขายกับต่างประเทศ การจัดเก็บภาษีอากรจากราษฎรและรายได้ของแผ่นดิน

กรมนา ทำหน้าที่ดูแลการทำมาหากิน การประกอบอาชีพของราษฎร และเก็บรักษาเสบียงอาหารเพื่อใช้ในยามศึกสงคราม

การปกครองแบบจตุสดมภ์นั้น ได้มีการใช้ต่อเนื่องมาจนถึงรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในอาณาจักรอยุธยาคือ ๔๐ ปีโดยในปีพุทธศักราช ๒๐๐๖ ได้มีการปรับปรุงโดยจัดตั้งกรมใหญ่ขึ้น 2 กรม ได้แก่ กรมมหาดไทยและกรมกลาโหม

กรมมหาดไทย มีสมุหนายกเป็นอัครเสนาบดี มียศและพระราชทินนามว่า เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์สมุหนายก เป็นผู้บังคับบัญชากิจการพลเรือนทุกหัวเมือง ควบคุมกรมต่างๆ ฝ่ายพลเรือนรวมทั้งกรมในจตุสดมภ์

กรมกลาโหม มีสมุหพระกลาโหมเป็นอัครเสนาบดี มียศและราชทินนามว่า เจ้าพระยามหาเสนาบดีวิริยะภักดีนรินทรสุรินทรฤาชัย มีหน้าที่ว่าราชการฝ่ายทหารทั้งในราชธานี และหัวเมืองต่างๆ ควบคุมดูแลกรมต่างๆ ที่เป็นกลุ่มฝ่ายทหาร

มีการเปลี่ยนชื่อกรมในจตุสดมภ์ทั้ง 4 กรม รวมทั้งหน้าที่รับผิดชอบดังนี้

กรมเวียง เปลี่ยนชื่อเป็นกรมพระนครบาล ทำหน้าที่ปราบโจรผู้ร้าย รักษาความสงบภายในราชอาณาจักร และตัดสินคดีความร้ายแรง มีพระยายมราชอินทราธิบดีฯเป็นเสนาบดี

กรมวัง เปลี่ยนชื่อเป็นกรมธรรมาธิกรณ์ ดูแลงานในพระราชสำนัก งานธุรการ การตัดสินคดีความ และแต่งตั้งยกกระบัตรดูแลหัวเมืองต่างๆ มีพระยาธรรมาธิบดีศรีวิริยพงษฯ หรือพระยาธรรมาาธิบดี เป็นเสนาบดีดูแล

กรมคลัง เปลี่ยนชื่อเป็นกรมโกษาธิบดี ทำหน้าที่เกี่ยวกับพระราชทรัพย์ การค้ากับต่างประเทศ บัญชีพัสดุและอาวุธของราชการ ดูแลพระคลังหลวง และรับรองทูตต่างประเทศรวมทั้งตัดสินคดีความของต่างชาติ มีพระยาศรีธรรมราชเดชาชาติอำมาตยานุชิตฯ หรือพระยาโกษาธิบดี เป็นเสนาบดี

กรมนา เปลี่ยนชื่อเป็นกรมเกษตราธิการ ทำหน้าที่ตรวจตราและส่งเสริมการทำนา เก็บข้าวไว้เป็นเสบียงยามสงคราม  ตัดสินคดีความเกี่ยวกับที่นาและออกกรรมสิทธิ์ที่นาแก่ราษฎร โดยมีพระยาพลเทพราชเสนาบดีฯ เป็นเสนาบดีรับผิดชอบกรมนี้

การเปลี่ยนรูปแบบการปกครองครั้งนี้เป็นผลมาจากเป็นช่วงที่อาณาจักรอยุธยาแผ่ขยายออกไปมากขึ้น รวมทั้งมีการผนวกอาณาจักรสุโขทัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาด้วยในปีพุทธศักราช ๑๙๘๑ ทำให้ต้องปฏิรูปเพื่อให้มีประสิทธิภาพและความมั่นคงยิ่งขึ้น โดยได้นำแนวความคิดของรูปแบบการปกครองจากอาณาจักรสุโขทัยมาใช้

การปกครองแบบจตุสดมภ์นี้ได้ถูกใช้บริหารราชการแผ่นดินมาอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับปรุงเล็กน้อยในช่วงปลายสมัยอาณาจักรอยุธยา รวมทั้งในตอนต้นอาณาจักรรัตนโกสินทร์ด้วย จนกระทั่งถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงปฏิรูปการปกครองแผ่นดินอีกครั้งหนึ่งในปีพุทธศักราช ๒๔๓๕

จากเหตุและปัจจัย ๓ ประการคือการแผ่ขยายของลัทธิจักรวรรดินิยม และมีการทำสนธิสัญญาเบาว์ริง ที่ต้องมีการปรับปรุงระบบการค้าการจัดเก็บภาษีและระบบยุติธรรม การเกิดรัฐชาติคืออาณาจักรสยามขยายตัวออกไปมากขึ้น รวมทั้งความซับซ้อนทางสังคม ทำให้ภาระงานต่างๆ มีเพิ่มมากขึ้น การจัดการปกครองแบบจตุสดมภ์ไม่เพียงพอต่อการบริหารราชการแผ่นดิน พระองค์จึงทรงยกเลิกการปกครองดังกล่าวในวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๓๕ และจัดตั้งกระทรวงจำนวน ๑๒ กระทรวงเพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

กระทรวงทั้ง ๑๒ กระทรวงนั้นประกอบด้วยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงนครบาล กระทรวงโยธาธิการ กระทรวงธรรมการ กระทรวงเกษตรพาณิชยการ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมุรธาธร กระทรวงยุทธนาธิการ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวัง ซึ่งเป็นที่มาของการบริหารในรูปแบบกระทรวงจนถึงปัจจุบันนี้

กระทรวงการคลังปัจจุบันนี้ มีที่มาจากกรมพระคลังมหาสมบัติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงให้ตราพระราชบัญญัติไว้เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๑๘  มีการยกฐานะเป็นกระทรวงเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ ๒๔๓๓ และเปลี่ยนมาเป็นกระทรวงการคลังในวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๓๕

กระทรวงการคลัง เป็นหน่วยงานของราชการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินของแผ่นดิน การภาษีอากร การรัษฎากร กิจการเกี่ยวกับที่ดินราชพัสดุ กิจการอันกฎหมายบัญญัติให้เป็นการผูกขาดของรัฐ กิจการหารายได้ซึ่งรัฐมีอำนาจดำเนินการได้แต่เพียงผู้เดียวตามกฎหมาย กิจการซึ่งจะเป็นสัญญาผูกพันต่อเมื่อรัฐบาลได้ให้อำนาจหรือสัตยาบัน รวมทั้งการค้ำประกันหนี้ของส่วนราชการ องค์การรัฐ สถาบันการเงิน และรัฐวิสาหกิจ

รัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้ประกาศนโยบายตั้งแต่การหาเสียงเลือกตั้งไว้แล้วว่า จะดำเนินการแจกเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้กับประชากรประมาณ ๕๕ ล้านคน แต่เมื่อได้เข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วก็ได้ปรับลดเหลือเพียง ๔๕ ล้านคน โดยจะให้แก่ประชากรที่อายุ ๑๖ ปีขึ้นไป มีรายได้เดือนละไม่เกิน ๗๐,๐๐๐ บาท และมีเงินฝากรวมกันไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการช่วยเหลือราษฎรและแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของชาติ ซึ่งประเด็นหลังนี้มีผู้โต้แย้งเป็นจำนวนมาก โดยกระทรวงที่รับผิดชอบดำเนินการคือกระทรวงการคลัง จากเดิมที่หาเสียงไว้ว่าจะแจกเงินได้ประมาณ ๓ เดือนหลังจากเข้าปฏิบัติหน้าที่ ก็ได้เลื่อนมาตลอด เพราะมีประเด็นทั้งแหล่งเงินและกฎระเบียบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ขณะนี้รัฐบาลได้อ้างว่ามีความพร้อมแล้วที่จะแจกเงินดังกล่าว และได้เริ่มให้ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายแสดงความจำนงซึ่งก็คือการลงทะเบียนเพื่อจะขอรับเงินนี้ โดยผู้ที่มีโทรศัพท์มือถือสามารถลงทะเบียนผ่าน Application ซึ่งรัฐได้จ้างพัฒนาขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคมเป็นต้นมา และจะเปิดให้ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ได้ลงทะเบียนในเดือนต่อไป รวมทั้งการลงทะเบียนของร้านค้าที่จะเข้าร่วมด้วยโดยจะให้การลงทะเบียนสิ้นสุดภายในเดือนกันยายน

ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะได้ขอตั้งงบประมาณประจำปี ๒๕๖๗ เพิ่มเติมและผ่านความเห็นชอบจากสภาฯแล้วจำนวน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตามระเบียบของการบริหารงบประมาณแผ่นดินนั้น งบของแต่ละปีจะไม่สามารถใช้ข้ามปีได้ เว้นแต่ได้มีการทำสัญญาที่เป็นการสร้างงบผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ

จึงเห็นได้ว่ารัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะเร่งรัดให้ประชาชนที่มีสิทธิลงทะเบียนให้มากที่สุดและแล้วเสร็จให้ทันปีงบประมาณคือภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อทำให้งบประมาณที่ขอตั้งเพิ่มเป็นงบผูกพันเพื่อนำออกมาใช้ให้ได้ทั้งหมดนั่นเอง

ได้แต่หวังว่าพายุหมุน ๔ ลูก ซึ่งโฆษกรัฐบาลได้กล่าวไว้ว่าจะทำให้เงินทั้งหมดที่ถูกจ่ายไปนั้นซึ่งไม่น่าจะถึง ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จะกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติให้โตขึ้นกว่าเดิมได้จริง เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น ภัยพิบัติด้านการเงินการคลังของชาติจากการมีหนี้สินจำนวนมหาศาล จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเป็นวิกฤตการเงินที่แท้จริง แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
09:54 น. อดีต กกต. จวก กกต. จัดการเลือกตั้งไม่เป็นมืออาชีพ ขาดความเป็นมาตรฐานเดียวกัน
09:35 น. หมอตุลย์ เปิด 6 เหตุผล ทำไม ภูมิใจไทย คว้าชัยแบบแลนด์สไลด์
09:29 น. เดือดข้ามชาติ จนท.ท้องถิ่นเกาหลีใต้แนะ นำเข้าสาวเวียดนาม-ศรีลังกา แก้ปัญหาอัตราเกิดต่ำ
09:10 น. จาก ทหารมีไว้ทำไม ถึง แก่ จน โง่ อัจฉราวดี ชี้ พลังเงียบรวมตัวสู้กระแสเหยียดคนไทย
09:07 น. ต๊ะ นารากร กะเทาะเปลือก กล้าธรรม ชนะเลือกตั้งถล่มทลายเพราะเข้าถึง Voter จริง
ดูทั้งหมด
รวบคาสุวรรณภูมิ DSI ล็อกตัวอดีตผู้บริหาร เซ่นคดีทุจริต 300 ล้านบาท
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกฯ-รมว.คลัง เข้าเฝ้าฯ
เช็กได้ที่นี่ ผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 เรียลไทม์ ครบ 400 เขต
สื่อนอกแฉยับ บุกฐานสแกมเมอร์ในโอร์เสม็ด เจอหลักฐานเพียบ สวนทางรัฐบาลเขมรอ้างเป็นแค่โรงแรม
ส่องโมเดลรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา สันติสุข เผยใช้งบ 6 พันล้าน ได้ทั้งรั้วคอนกรีต-ถนนตรวจการณ์
ดูทั้งหมด
อาถรรพ์บ้านเมอร์เทิลส์
‘เปลี่ยน’พรรคส้มในยุคขาลง
หลังจากนี้ ไม่มีเรื่องของเรา
น้ำเงินแลนด์สไลด์
สึนามิสีน้ำเงิน ‘ภูมิใจไทย’ ลบคำสบประมาท
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อดีต กกต. จวก กกต. จัดการเลือกตั้งไม่เป็นมืออาชีพ ขาดความเป็นมาตรฐานเดียวกัน

มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 9-15 ก.พ.69

หมอตุลย์ เปิด 6 เหตุผล ทำไม ภูมิใจไทย คว้าชัยแบบแลนด์สไลด์

เดือดข้ามชาติ จนท.ท้องถิ่นเกาหลีใต้แนะ นำเข้าสาวเวียดนาม-ศรีลังกา แก้ปัญหาอัตราเกิดต่ำ

จาก ทหารมีไว้ทำไม ถึง แก่ จน โง่ อัจฉราวดี ชี้ พลังเงียบรวมตัวสู้กระแสเหยียดคนไทย

เปิดไทม์ไลน์เดือด ล้อมหีบข้ามคืน ชลบุรี เขต 1 ประท้วงวุ่น หลังเจอบัตรทิ้งถังขยะ จี้นับใหม่ทั้งเขต

  • Breaking News
  • อดีต กกต. จวก กกต. จัดการเลือกตั้งไม่เป็นมืออาชีพ ขาดความเป็นมาตรฐานเดียวกัน อดีต กกต. จวก กกต. จัดการเลือกตั้งไม่เป็นมืออาชีพ ขาดความเป็นมาตรฐานเดียวกัน
  • หมอตุลย์ เปิด 6 เหตุผล ทำไม ภูมิใจไทย คว้าชัยแบบแลนด์สไลด์ หมอตุลย์ เปิด 6 เหตุผล ทำไม ภูมิใจไทย คว้าชัยแบบแลนด์สไลด์
  • เดือดข้ามชาติ จนท.ท้องถิ่นเกาหลีใต้แนะ นำเข้าสาวเวียดนาม-ศรีลังกา แก้ปัญหาอัตราเกิดต่ำ เดือดข้ามชาติ จนท.ท้องถิ่นเกาหลีใต้แนะ นำเข้าสาวเวียดนาม-ศรีลังกา แก้ปัญหาอัตราเกิดต่ำ
  • จาก ทหารมีไว้ทำไม ถึง แก่ จน โง่ อัจฉราวดี ชี้ พลังเงียบรวมตัวสู้กระแสเหยียดคนไทย จาก ทหารมีไว้ทำไม ถึง แก่ จน โง่ อัจฉราวดี ชี้ พลังเงียบรวมตัวสู้กระแสเหยียดคนไทย
  • ต๊ะ นารากร กะเทาะเปลือก กล้าธรรม ชนะเลือกตั้งถล่มทลายเพราะเข้าถึง Voter จริง ต๊ะ นารากร กะเทาะเปลือก กล้าธรรม ชนะเลือกตั้งถล่มทลายเพราะเข้าถึง Voter จริง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

9 ก.พ. 2569

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

2 ก.พ. 2569

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

26 ม.ค. 2569

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

19 ม.ค. 2569

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

12 ม.ค. 2569

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

5 ม.ค. 2569

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

29 ธ.ค. 2568

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

ทัพเรือไทย ร่วมปกป้องรักษาแผ่นดิน

22 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved