วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
ประเด็นสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน หลายๆ คนรู้ ส่วนอีกหลายคนรู้จักเป็นอย่างดีในฐานะคนที่ต้องตื่นมาเผชิญกับมันทุกเช้า ทานยาเพื่อรักษาอาการทุกคืน พบจิตแพทย์ทุกเดือน และยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกกัดกินอย่างช้าๆ จากปัญหาในใจ โดยธรรมชาติแล้วคงไม่มีใครเริ่มต้นด้วยการคิดว่าตัวเองควรไปหาหมอเมื่อมีอาการป่วยในวันแรกๆ ไม่ว่าจะเจ็บทางกายหรือทางใจ จนเมื่ออาการย่ำแย่เกินกว่าที่ยาในบ้านหรือยาใจจะรักษาไหว เมื่อนั้นเองหลายคนถึงตัดสินใจได้ว่าควรเป็นหน้าที่ของหมอ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใดเพราะทุกคนมีเงื่อนไขในชีวิตต่างกัน บ้างมีข้อจำกัดด้านเวลา ความสะดวกในการเดินทาง หรือที่พบได้มากที่สุด คือ เรื่องเงิน
ข้อจำกัดด้านบนจึงอาจนำมาสู่การหาหนทางที่อาจบรรเทาปัญหาในใจได้เท่าที่ทรัพยากรจะเอื้ออำนวย ซึ่งที่ผ่านมาการระบายกับคนใกล้ตัวเป็นทางที่ยอดนิยมแต่เมื่อมีความเกรงใจหรือมีความรู้สึกที่ว่าปัญหามันใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์จะรับมือได้ไหว หลายคนก็เลือกที่จะมองหาสิ่งที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ราวกับว่ารวบรวมมันสมองของคนจำนวนมากไว้ สิ่งที่สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายและไม่ต้องเป็นห่วงแม้ว่าปัญหาจะหนักหน่วงหรือซับซ้อนเพียงใด ดังนั้น เราจึงได้เห็นคนในยุคนี้เริ่มหันหน้าเข้าหาปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence) ในการปรึกษาปัญหาต่างๆ มากขึ้น ซึ่ง AI ยอดนิยมคงหนีไม่พ้น Chat GPT แต่ที่น่าตกใจ คือ นี่อาจเป็นการแก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหาใหม่ให้วงการจิตแพทย์และนักจิตวิทยาด้วยการทำให้เข้าใจว่าการปรึกษา AI สามารถทดแทนการรักษาด้วยมนุษย์จริงๆ ได้
การเติบโตของเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อสังคมในหลายแง่มุมรวมถึงในวงการสุขภาพจิตด้วย แน่นอนว่าตัวมันเองไม่ใช่ผู้ร้ายเพราะอันที่จริงแล้วเราสามารถใช้ AI ในการให้คำแนะนำเบื้องต้นได้ โดย AI สามารถให้ข้อมูลพื้นฐานและคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับสุขภาพจิตหรือการดูแลสุขภาพจิตให้แก่ผู้ใช้งานได้ แต่หลายครั้งผู้ใช้งานก็ไม่ได้เข้าไปเพื่อปรึกษาในสิ่งที่สามารถชี้ชัดได้ทันทีว่านี่ คือ อาการป่วย AI จึงทำหน้าที่ของมัน คือ สร้างคำตอบกลับมาให้ผู้ใช้งานแต่ไม่ได้มีการแนะนำให้ไปหาผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา ในขณะที่ผู้ใช้งานก็รู้สึกว่าสิ่งที่ AI พิมพ์ออกมา คือ คำปลอบโยนที่ช่วยบรรเทาความหนักอึ้งในใจได้
การได้รับคำดี ๆ มันง่ายเพียงปลายนิ้ว แน่นอนว่าต้องเป็นอย่างนั้นเพราะ AI จะพิมพ์ในโทนกลาง ๆ และอิงจากคำถามของเรา พิมพ์หาได้ตลอดเวลาไม่ต้องรอคิวที่ยาวเหยียดจนอาจไม่ทันท่วงที ไม่ต้องกระเป๋าฉีกจากค่าใช้จ่าย เราต้องยอมรับว่าค่าปรึกษาและค่ารักษาสุขภาพจิตเกือบจะเป็นของหรูหราถ้าเทียบกับรายได้ขั้นต่ำของมนุษย์เงินเดือนทั่วๆ ไปซึ่งจากข้อมูลจากสายด่วน 1323 ของกรมสุขภาพจิต ปี 2566 พบว่า วัยแรงงานขอรับบริการเรื่องความเครียด วิตกกังวล ไม่มีความสุขในการทำงานมากถึง 5,989 สาย จาก
ทั้งหมด 8,009 สาย ไม่มีประวัติการรักษาที่อาจทิ้งร่องรอยไว้แล้วเป็นปัญหาในอนาคตเนื่องจากบริษัทประกันหลายๆ แห่งมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างเข้มงวดกับผู้ที่มีประวัติการรักษาสุขภาพจิตและส่วนใหญ่มักทำประกันไม่ผ่าน
แม้ว่าเหมือนจะมีข้อได้เปรียบมากมายอย่างไร แต่สิ่งสำคัญที่เราลืมไม่ได้ คือ AI ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกและอารมณ์ที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้หรือพูดง่าย ๆ AI ยังไม่สามารถส่งมอบความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) ซึ่งมันมากกว่าการให้คำปลอบโยน และ AI ไม่มีความพยายามในการมองด้วยเลนส์เดียวกันกับผู้ที่เป็นเจ้าของปัญหาหรือเจ้าของเรื่องราวกับความพยายามสวมรองเท้าคู่เดียวกันในการเดินบนถนนเส้นเดียวกันในสถานการณ์เดียวกัน ในแง่ของการวินิจฉัยและการรักษา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องการสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง การได้บอกเล่าอาการอย่างครบถ้วนและถูกรับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจนี้มีเพียงจิตแพทย์และนักจิตวิทยาเท่านั้นที่สามารถทำได้ เราอาจจะรู้สึกว่าการไปหาหมอก็แค่ไปนั่งเล่าเรื่องและตอบคำถาม จากนั้นก็รับยากลับบ้านเพียงเท่านั้น แต่อันที่จริงบุคลากรเหล่านี้ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ทุกคำถามและคำตอบล้วนแล้วแต่ผ่านการคิดมาอย่างดี ทั้งหมดคือกระบวนการรักษาที่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกผิดปกติและต้องมาตอกย้ำตัวเองว่าป่วยไปมากกว่าเดิมเพราะแค่ต้องก้าวขาเข้าไปในโรงพยาบาลหรือแค่ต้องรับรู้ว่ามีนัดกับ “หมอ”ก็อาจจะทำให้เรารู้สึกแย่พอแล้วสำหรับบางคน
ทั้งนี้ย้ำอีกครั้งว่า AI ไม่ใช่ผู้ร้ายและผู้ที่ใช้ AI ในการปลอบโยนหัวใจนั้นไม่ได้ทำผิดหรือทำไม่ถูกไม่ควรแต่อย่างใด แต่อย่าลืมว่าจนแล้วจนรอดอย่างไร เรายังต้องเข้ารับการวินิจฉัยเพื่อให้รู้แน่ชัดว่าเป็นอะไรจากจิตแพทย์ ต้องได้รับการทำกิจกรรมที่จะช่วยปรับพฤติกรรม ฝึกการรับมือการปัญหาอย่างยั่งยืนจากนักจิตวิทยาอยู่ดีเพื่อให้ความคิด จิตใจ และพฤติกรรมของเราได้รับการดูแลอย่างดีไปพร้อมๆ กัน
เมื่อมองกลับมาที่วงการสุขภาพจิตและหน่วยใหญ่กว่านั้นซึ่งก็คือรัฐบาล ก็พบว่ามีการบ้านที่ต้องทำเช่นกัน เพราะข้อมูลจากสถิติกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตระบุว่าในปี 2565 ทั้งประเทศเรามีจิตแพทย์เพียง 845 คน นักจิตวิทยา(คลินิก) รวม 1,037 คน พยาบาลจิตเวช รวม 4,064 คน ซึ่งไม่สอดคล้องอย่างรุนแรงกับจำนวนผู้ป่วยทั้งที่เข้ารับการรักษาและที่ยังไม่ได้รับการรักษา เรามีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพียง 2.9 ล้านคน จากข้อมูลความชุกของประชาชนผู้มีปัญหาสุขภาพจิตสูงถึง 10 ล้านคน หมายความว่าเรายังมีประชากรอีก 7 ล้านคนที่ยังต้องเผชิญปัญหาโดยขาดความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ปัญหาคนไม่พอเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐที่จะต้องแก้ให้ครบทุกปมตั้งแต่เริ่ม เช่น จำนวนผู้สอนไม่เพียงพอจนไม่สามารถผลิตบุคลากรจิตแพทย์ออกมาได้ ซึ่งการจะมีจิตแพทย์สักคนก็ไม่สามารถมองเพียงแค่เรื่องของจำนวนคนได้ จำนวนต้องมาพร้อมกับคุณภาพด้วย จึงเป็นโจทย์ที่ต้องแก้ ต่อมาคือการจัดสรรจิตแพทย์อย่างเหมาะสมกับจำนวนประชากร ในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่นอกกรุงเทพฯ และยังต้องจัดการภาระงานของจิตแพทย์ไม่ให้หนักไปที่ส่วนอื่นมากกว่าการรักษาด้วย
ปัญหาในวงการสุขภาพจิตข้างต้นก็ต้องได้รับการผลักดันไปพร้อมๆ กับการจัดการให้ประชากรอีกกว่า 7 ล้านคนได้เข้าถึงการรักษาและความช่วยเหลือ สังคมรอบข้างก็ต้องได้รับความรู้ความเข้าใจต่อประเด็นสุขภาพจิต ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตก็ต้องได้รับการแก้ไขเช่นเดียวกัน เพราะเราไม่สามารถทำเพียงอย่างเดียวเพื่อแก้ไขปัญหาที่ละเอียดอ่อนนี้ได้ ทั้งระบบนิเวศนี้ควรทำงานอย่างเชื่อมโยงไปพร้อมๆ กัน ถ้าอยากเห็นสังคมที่มีความสุขก็ต้องเริ่มจากประชากรที่มีความสุขและสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนมีความสุข
ที่มา
https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-35
https://www.etda.or.th/th/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%98/Foresight/Futures_of_Mental-Health.aspx
https://thematter.co/social/psychologist-is-it-enough/188828?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR3hZKmojloHdJ88GLCX2zk4x8AHrfgQOV3umwfAzz-TKMiNs0PK_0zLPWE_aem_xCoKFCA5vMrc-wpXy7cciw
ญาณิกา โกมลสิงห์

เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง
สลด!ชายหายตัว 3 วัน พบเป็นศพลอยน้ำใต้สะพานท่ารถ บขส.เชียงคำ
สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี
สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา
ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี