Logo วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 02.00 น.
‘ปิยบุตร’ ปฐมพยาบาลพรรคส้ม!!

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความหัวข้อ “บ้านใหญ่” คืออะไร? มีรายละเอียดดังนี้ ในช่วงเวลานี้ มีการถกเถียงกันเรื่อง “บ้านใหญ่” กันจำนวนมาก ฝ่ายหนึ่ง เห็นว่า การเมืองแบบบ้านใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของการเมืองแบบเครือข่ายอุปถัมภ์ เล่นพรรคพวก สืบทอดอำนาจผ่านทางสายโลหิต ส่งผลกระทบต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นและคุณภาพประชาธิปไตย อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการเมืองแบบบ้านใหญ่เป็นวัฒนธรรมการเมืองแบบไทยโดยเฉพาะ การพุ่งเป้าโจมตีบ้านใหญ่ อาจส่งผลให้เกิดการต่อต้านประชาธิปไตย และไม่เคารพเจตจำนงของประชาชน และดูถูกเสียงของประชาชนที่เลือกมา

ก่อนจะถกเถียงกันในประเด็นดังกล่าว จำเป็นต้องนิยามคำว่า “บ้านใหญ่” เสียก่อน


ใครจะเป็น “บ้านใหญ่” ไม่อาจพิจารณาได้เพียงนามสกุล หรือ สายโลหิต บุคคลไม่สามารถเลือกเกิดได้ว่าจะออกจากครรภ์มารดาของคนนามสกุลใด และมาจากการผสมพันธุ์ระหว่างใครกับใคร หากเราตีขลุมไปหมดว่าคนที่นามสกุลเดียวกันกับนักการเมือง คนที่เป็นลูกหลานนักการเมืองประจำจังหวัด เท่ากับเป็น “บ้านใหญ่” ทั้งหมด ย่อมไม่เป็นธรรม เพราะ คนที่เป็นลูกหลานนักการเมืองอาจมีความประพฤติ อุดมการณ์ แนวคิดต่างกันกับพ่อ แม่ พี่ น้อง หรือนักการเมืองในตระกูลตนเองก็ได้ การใช้วิธีการเหมารวมไปหมดว่า “นามสกุลของนักการเมืองคนหนึ่ง = บ้านใหญ่” แล้ว ย่อมทำให้การวิเคราะห์คลาดเคลื่อน และไม่เกิดความเจริญทางปัญญา แต่ลดทอนการถกเถียงให้เหลือแต่เพียง “มึงด่ากูว่าบ้านใหญ่ มึงก็บ้านใหญ่เหมือนกัน”

หลักเกณฑ์ในการจัดให้เป็น “บ้านใหญ่”มี 3 ประการ

ประการแรก การสร้างฐานทางการเมืองและทำงานทางการเมืองแบบ “แบ่งสัมปทานอำนาจรัฐ”

การเมืองแบบแบ่งสัมปทานอำนาจรัฐ คือ การใช้เงินของครอบครัวตนเอง การใช้อำนาจ อิทธิพล เครือข่ายของตนเอง เข้าไปดูแลประชาชนในพื้นที่เลือกตั้ง (เช่น ทำบุญ บริจาค แจกสิ่งของ จัดบริการสาธารณะให้เอง โดยไม่ผ่านอำนาจรัฐ ไม่รอหน่วยงาน ไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน เป็นต้น) หรือใช้อิทธิพลของตนในการทำให้คนที่อยู่ในเครือข่ายตนเองได้เปรียบ (เช่น ฝากเข้าโรงเรียน แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ อำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ เลี้ยงดูเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ เลี้ยงดูหัวคะแนน เป็นต้น) จนสร้างเครือข่าย อิทธิพล และเกิดเป็น “หนี้บุญคุณ” ต่อกัน ทั้งหมด เพื่อหวังผลตอบแทนกลับมา คือ การได้รับเลือกตั้ง
หรือเข้าไปดำรงตำแหน่งแบบ “ผูกขาด” เมื่อมีโอกาสบริ
หารราชการแผ่นดินและใช้งบประมาณแผ่นดิน ก็จะหาวิธีการเบียดบังเอางบประมาณเหล่านั้นเข้ากระเป๋าตนเอง สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับตระกูลตนเอง และแบ่งเอาเงินและทรัพยากรเหล่านั้นบางส่วนมาเป็น “ทุน” ในการทำการเมืองต่อไป วนเวียนแบบนี้เป็นวัฏจักรซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนฝังรากลึกลงไป

ประการที่สอง การถ่ายโอนอำนาจการเมืองผ่านการสืบทอดทางสายโลหิต

การคัดเลือกคนไปดำรงตำแหน่งหรือลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ได้พิจารณาจากความรู้ความสามารถ ไม่ได้พิจารณาจากแนวคิด ไม่ได้พิจารณาจากการคัดสรรตามกระบวนการของพรรคที่เปิดโอกาสให้คนอื่นได้เข้าแข่งขัน แต่คิดจากสายโลหิต เหมือนเป็นธุรกิจหรือกงสีในครอบครัว อาจมีคนเข้ามาทำงาน มีมืออาชีพมาช่วยบริหาร แต่เจ้าของต้องเป็นคนในตระกูลตนเอง การดำรงตำแหน่งใหญ่ต้องเป็นคนของตระกูลตนเอง

จริงอยู่ ในบางตำแหน่ง ระบบการเลือกตั้งจะบังคับว่า ต่อให้ “บ้านใหญ่” ส่งคนในบ้าน คนในสายโลหิตตนเอง มาลง ก็ไม่ได้ดำรงตำแหน่งโดยอัตโนมัติ แต่เขาต้องชนะเลือกตั้งให้ได้เสียก่อน แต่ทว่าการทำการเมืองแบบบ้านใหญ่ที่มุ่งสร้างอิทธิพลเครือข่ายในพื้นที่ ก็จะเป็นปัจจัยหนุนเสริมให้บ้านใหญ่ส่งคนในครอบครัวตนเองมาลงก็ย่อมมีโอกาสชนะ

การใช้วิธีการสืบสายโลหิตแบบนี้ คือ การเอาเรื่อง “ครอบครัว” ซึ่งเป็นแดนเอกชน มาปะปนกับเรื่อง “การเมือง” แทนที่การเมืองซึ่งเป็นเรื่องส่วนรวม ตัดสินใจ
ร่วมก
ันเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม/ส่วนใหญ่ การบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งต้องเป็นเรื่องส่วนรวม ก็จะมีเรื่องส่วนตัว เข้ามาเป็นมูลเหตุจูงใจในการตัดสินใจ การทำโครงการของส่วนรวม แทนที่จะคิดว่าส่วนรวมได้อะไร ก็ต้องคิดว่าครอบครัวตนได้อะไรบ้าง หรือถ้าส่วนรวมได้ด้วย ครอบครัวตนเองก็ต้องได้ด้วย

ในการบริหารราชการแผ่นดินหรือการทำงานการเมือง หัวหน้าบ้านใหญ่ก็ต้องคอยคิดว่าลูกหลานของตนคนไหนที่เรียนจบแล้ว อายุถึงเกณฑ์แล้ว ควรเข้ามารับไม้ต่อ เข้าครองอำนาจโดยไม่ต้องพิสูจน์ผลงาน แซงคิวคนจำนวนมากที่อุทิศตนทำงานมาก่อน และคนในเครือข่ายทุกคน ต่อให้เก่งมาจากไหน ก็ต้องเคารพ สวามิภักดิ์ “ทายาทผู้สืบสันดาน” อย่างราบคาบเพียงเพราะว่า คนที่เป็นทายาทมี “ตราประจำตระกูล”

ประการที่สาม การสวามิภักดิ์อำนาจนิยมที่อยู่เหนือกว่าตนเอง

การเมืองแบบบ้านใหญ่ต้องการสร้างอิทธิพลและบารมีในอาณาเขตของตนเอง เช่น ในจังหวัด หรือในหลายจังหวัดใกล้เคียงกัน แต่จะไม่ท้าทายกับอำนาจที่อยู่เหนือกว่าตนเอง พวกเขาตีกรอบแดนอาณาเขตไว้ ไม่ยุ่งกับแดนอื่น และป้องกันไม่ให้คนอื่น กลุ่มอื่น มารุกล้ำแดนตนเอง หากตนเองเป็นบ้านใหญ่ในจังหวัดตนเอง ก็ไม่ไปยุ่งกับจังหวัดอื่น พวกเขาต้องสวามิภักดิ์กับ “ลูกพี่” ที่มีอำนาจคุมโซนพื้นที่ในหลายจังหวัด และสวามิภักดิ์ต่อกับอำนาจที่เหนือกว่าเป็นลำดับชั้นขึ้นไป จากบ้านใหญ่ประจำจังหวัด ไปสู่ลูกพี่ใหญ่ที่คุมโซนหลายจังหวัด ไปถึงหัวหน้ามุ้งการเมืองผู้สนับสนุนทุนและแจกเงินเดือน ดูแลลูกมุ้ง
ไปจนถึงรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนมุ้ง
 มาตามโควตามุ้ง

อาจมีกรณี “บ้านใหญ่” ท้าทายอำนาจที่อยู่เหนือกว่าตนเองอยู่บ้าง หากบ้านใหญ่หลังนั้นคิดแล้วว่าอำนาจที่อยู่เหนือกว่าตนเองเริ่มเสื่อมถอยลงไป จนตนเองน่าจะท้าชิงล้มอำนาจเดิมได้ เมื่อโค่นล้มอำนาจเดิมได้ ก็สถาปนาบ้านใหญ่ตนเองขึ้นควบคุมอาณาเขตที่กว้างกว่าเดิมออกไป และควบคุมมิให้บ้านใหญ่อื่นต่อต้าน ท้าทาย

ในส่วนของการเมืองระดับชาตินั้น แกนนำพรรคหรือเจ้าของพรรคที่อาศัยพลังของบ้านใหญ่หลายๆ บ้านรวมกันเป็นตัวเลขจำนวน สส. สนับสนุนให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องมีวิธีบริหารจัดการบ้านใหญ่เหล่านี้ ผ่านทั้งพระเดชและพระคุณ นายกรัฐมนตรีที่อาศัยพลังของบ้านใหญ่ ต้องจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับบ้านใหญ่ตามสมควร ถ้าจัดสรรกันได้ลงตัว แบ่ง “สัมปทาน” การทำมาหากินในกระทรวงต่างๆ ได้ลงตัว ก็แดนใครแดนมันไม่ยุ่งต่อกัน บรรดาบ้านใหญ่ต่างๆ ก็พร้อมสวามิภักดิ์นายกรัฐมนตรีคนนั้นต่อไป

อัตราความสวามิภักดิ์ของบ้านใหญ่ต่อนายกรัฐมนตรี ผกผันตามคุณลักษณะและสถานะของนายกรัฐมนตรีแต่ละคนด้วย ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้รับความนิยมสูง มีกระแสสนับสนุนจากประชาชนมาก มีภาวะผู้นำสูงสถานะเข้มแข็ง อำนาจต่อรองของบ้านใหญ่ก็ลดน้อยถอยลง เพราะบ้านใหญ่ต้องใช้ “ยี่ห้อ” ของนายกรัฐมนตรีและพรรค ในการลงสนามเลือกตั้ง และการอยู่ร่วมชายคา “ยี่ห้อ” เดียวกัน ก็มีโอกาสได้รับโควตารัฐมนตรี

แต่ถ้าเมื่อไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีกระแสตก คนไม่นิยม ถูกกลไกนิติสงครามปิดล้อม ไม่สามารถทะยานเป็นนายกรัฐมนตรีเข้มแข็งได้แบบเดิม ถูกอำนาจนอกระบบรัฐประหาร ล้มรัฐบาล หรือกองทัพ/คณะรัฐประหาร เข้ามามีบทบาทควบคุมการเมืองและการเลือกตั้ง หากสถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น เหล่าบรรดาบ้านใหญ่ ก็พร้อมละทิ้งค่ายที่ตนเคยสังกัด และหันไป “จิ้มก้อง/สวามิภักดิ์” กลุ่มอำนาจใหม่แทน

กล่าวให้ถึงที่สุด บ้านใหญ่ทั้งหลายจะสวามิภักดิ์อำนาจนิยมที่เหนือกว่าตนเอง ตราบเท่าที่กลุ่มอำนาจนิยมนั้นยังเรืองอำนาจและให้คุณให้โทษบ้านใหญ่ได้

ดังนั้น การเมืองแบบบ้านใหญ่จึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของการต่อสู้เพื่อบ้านใหญ่ ต่อสู้เพื่อตนเอง เพื่อให้บ้านใหญ่มีอำนาจ มีโอกาสแสวงหาอำนาจ แสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจการเมือง รักษาอำนาจความเป็นบ้านใหญ่ต่อไปมากกว่าการต่อสู้เพื่อประชาชน พัฒนาคุณภาพการเมือง หรือประชาธิปไตย

จึงไม่น่าแปลกใจว่า เราหา “บ้านใหญ่” ที่สู้กับรัฐประหาร สู้กับอำนาจนอกระบบ สู้เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ปฏิรูประบบศาล กองทัพ องค์กรอิสระให้ดีขึ้น
ได้ยาก อาจมีอยู่
บ้าง ที่เคยสู้ แต่แล้วก็คิดได้ว่า สู้กับพวกเขาไปก็เท่านั้น สู้เป็นพวกกับเขาจะดีเสียกว่า

ไม่มีทางที่การเมืองแบบบ้านใหญ่จะเกิดจิตสำนึกเปลี่ยนแปลงแบบก้าวหน้าได้ด้วยตนเอง ตราบใดที่พวกเขายังได้ประโยชน์จากโครงสร้างอำนาจแบบนี้ ต่อให้พวกเขาฉุกคิดได้ ก็เป็นเพียงแค่ฉุกคิดชั่ววูบชั่วคราว บ่นคุยกันตามวงข้าววงเหล้า แต่ให้เปลี่ยนเอง พวกเขาไม่ทำ

มีแต่ต้องอาศัยพลังใหม่เปลี่ยนแปลง เข้ายึดกุมสังคมและประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ จนบีบบ้านใหญ่ให้เข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลง

โดยสรุป : ปิยบุตรกำลังปฐมพยาบาล กำลัง “เยียวยา” ความรู้สึก “พ่ายแพ้” และหาทาง“ฝังความคิด” เรื่อง “พลังใหม่เปลี่ยนแปลง” ใส่ลงไปในหัวคน-แค่นั้นเอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:53 น. สถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ แจ้งเตือนคนไทย เฝ้าระวังสูงสุด หลังแนวโน้มรุนแรงเพิ่ม
21:45 น. ข้าวแช่-ปลาแห้งแตงโม เมนูคลายร้อนรับสงกรานต์ ปรับสมดุลร่างกาย บำรุงหัวใจ
21:41 น. มาร์โค รูบิโอ ส่งสารอวยพรวันสงกรานต์ ย้ำมิตรภาพสหรัฐ-ไทยแน่นปึ้ก
21:27 น. ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี
21:16 น. บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ่อจ๊ะ นงผณี คืนที่ 2 เพื่อนดาราร่วมอาลัย
ดูทั้งหมด
'พระสุพรรณกัลยา'ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์
ส่องโมเมนต์น่ารัก 'เบิร์ด ธงไชย' เช็คอินคาเฟ่ดัง บรรยากาศสุดอบอุ่น
เช้านี้ติดหนึบ เขาช่องตะโกอ่วม รถแน่นขนัดรับสงกรานต์
เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน อนุทิน มาเอง คอมเมนต์โพสต์ ดร.อานนท์
เปิดปูม อาร์ท วีระพงษ์ ประภา จับตา ข้ามห้วยจากปชป. นั่งที่ปรึกษา ศุภจี
ดูทั้งหมด
เรือแห่งศรัทธาและเสรีภาพ
ทะเลเลือดที่‘ช่องแคบฮอร์มุซ’
สงกรานต์สบายๆ
นิทานหมาป่า (3)
โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) กับภูมิรัฐศาสตร์โลก
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ข้าวแช่-ปลาแห้งแตงโม เมนูคลายร้อนรับสงกรานต์ ปรับสมดุลร่างกาย บำรุงหัวใจ

มาร์โค รูบิโอ ส่งสารอวยพรวันสงกรานต์ ย้ำมิตรภาพสหรัฐ-ไทยแน่นปึ้ก

ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี

รัก8ปีสุกงอม มิกซ์ ลูกชาย หม่ำ จ๊กมก คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงาน ครอบครัววงษ์คำเหลาพร้อมหน้ายินดี

นายกฯเยอรมนีฟาดเละ ไม่แปลกใจเจรจาสันติภาพล่ม ชี้เศรษฐกิจโลกพังต่ออีกนาน

หาดใหญ่ยังเหงา ไม่คึกคักเหมือนเคย ลิซ่า แท็กทีม สส. เยี่ยมเยือนชาวใต้ ส่วน วีระยุทธ-ไอซ์ ลุยอีสาน

  • Breaking News
  • สถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ แจ้งเตือนคนไทย เฝ้าระวังสูงสุด หลังแนวโน้มรุนแรงเพิ่ม สถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ แจ้งเตือนคนไทย เฝ้าระวังสูงสุด หลังแนวโน้มรุนแรงเพิ่ม
  • ข้าวแช่-ปลาแห้งแตงโม เมนูคลายร้อนรับสงกรานต์ ปรับสมดุลร่างกาย บำรุงหัวใจ ข้าวแช่-ปลาแห้งแตงโม เมนูคลายร้อนรับสงกรานต์ ปรับสมดุลร่างกาย บำรุงหัวใจ
  • มาร์โค รูบิโอ ส่งสารอวยพรวันสงกรานต์ ย้ำมิตรภาพสหรัฐ-ไทยแน่นปึ้ก มาร์โค รูบิโอ ส่งสารอวยพรวันสงกรานต์ ย้ำมิตรภาพสหรัฐ-ไทยแน่นปึ้ก
  • ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี
  • บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ่อจ๊ะ นงผณี คืนที่ 2 เพื่อนดาราร่วมอาลัย บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ่อจ๊ะ นงผณี คืนที่ 2 เพื่อนดาราร่วมอาลัย
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

คำว่า ‘ล้งกลาง’ ที่ตามหลอน ‘ศุภจี’

12 เม.ย. 2569

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

รัฐบาลขาขวิด แก้วิกฤตน้ำมัน

8 เม.ย. 2569

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

5 เม.ย. 2569

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

1 เม.ย. 2569

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

29 มี.ค. 2569

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

24 มี.ค. 2569

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

22 มี.ค. 2569

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

18 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved