วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สองวันมานี้ท่านผู้อ่านทุกท่านคงได้รับฟังเรื่องราวและข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีแพทองธาร เรียนทุกท่านตามตรงว่าผมเองก็ยังประมวลข้อมูลยังไม่จบสิ้น เรียกว่ามีทั้งประเด็นเก่าประเด็นใหม่มากมายจาก “ข้อมูล” ที่ฝ่ายค้านเปิดประเด็นทำให้สังคมหันมาสนใจ
ย้อนเวลากลับไปสักสองสามสัปดาห์ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาโหมโรงก่อนมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงเป็นเรื่องที่ สส.ไอซ์ รักชนก เปิดประเด็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคมตั้งแต่เรื่องการทำปฏิทินเพื่อแจกผู้ประกันตน ไปจนถึงการทำแอปฯ กว่า 850 ล้านบาท ที่เหมือนว่าจะเป็นการใช้งบประมาณจำนวนมาก มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของการดำเนินการในโครงการดังกล่าว ไปจนถึงการที่ผู้ประกันตนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลบันทึกการประชุมของบอร์ดประกันสังคมได้ ลามไปถึงความเหมาะสมในการนำงบประมาณ ของสำนักงานไปลงทุนในตึกออฟฟิศแห่งหนึ่ง…จุดเริ่มของเรื่องนี้มาจากงาน Hackathon ของคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณที่ ชวนประชาชนมา Hack งบประกันสังคมผ่านการใช้ “ข้อมูลเปิด”
เมื่อ “ข้อมูล” เป็นเครื่องมือที่ประชาชนสามารถใช้เพื่อติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณได้ เราจึงได้เห็นกรณี “ลู่วิ่ง 7.5 แสน (แสนแพง) ที่กรุงเทพมหานครจัดซื้อ” จุดเริ่มต้นมาจาก เฟซบุ๊กเพจ “ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย” เปิดประเด็นว่า “ศูนย์กีฬา-ศูนย์นันทนาการของกรุงเทพมหานครหลายแห่ง ประกาศราคากลางลู่วิ่ง แสนแพงเครื่องละ 7.5 แสนบาท และเมื่อภาคประชาชนค้นหาข้อมูลลึกลงไปพบว่า เฉพาะปี 2567 กรุงเทพมหานครซื้อเครื่องออกกำลังกายกว่า 9 โครงการ งบประมาณกว่า 77 ล้านบาท ชมรม STRONG ยังตั้งข้อสงสัยต่อไปอีกว่าการประมูลโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายเป็นการแข่งกันระหว่าง 2 บริษัทซึ่งราคาประมูลทั้งสองห่างกันแค่ 700 บาท และต่ำกว่าราคากลางแค่ 1,190 บาทเท่านั้น”… นอกจากจะแพงเกินจริงแล้ว ไม่แน่ใจว่าแบบนี้ยังเรียกว่าเป็นการแข่งขันราคากันจริงหรือไม่
ชวนท่านผู้อ่านย้อนกลับไปไกลอีกหน่อย ผมไม่แน่ใจว่าท่านผู้อ่านยังจำเรื่องของกำนันคนหนึ่งที่เป็นผู้มากบารมี มีอิทธิพลในท้องถิ่น แถมยังเป็นผู้รับเหมารายใหญ่ที่ทำโครงการกับภาครัฐไม่น้อย ตั้งแต่สร้างตึก ทำถนนสร้างสะพาน กำนันคนดังกล่าวจัดงานเลี้ยงที่บ้าน มีคนใหญ่คนโตในพื้นที่มาร่วมงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจทางหลวง คืนนั้นสารวัตรท่านหนึ่งที่มาร่วมงานถูกยิง 7 นัดเสียชีวิตกลางงานเลี้ยงดังกล่าว เป็นที่มาให้เกิดการสืบสวนเรื่องคดีไปสู่การขยายผลเรื่องธุรกิจของกำนัน จน DSI พบความผิดปกติในโครงการที่บริษัทของกำนันเป็นคู่สัญญาของรัฐ ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ในส่วนที่มีการฮั้วประมูลโครงการของรัฐกว่า 19 โครงการ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท จากกว่า “รวบรวมข้อมูล” ทั้งหมดของ DSI ที่พบว่าบริษัทที่กำนันเป็นเจ้าของ เป็นคู่สัญญากับรัฐในการทำโครงการต่างๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 - 2566 กว่า 1,500 โครงการ
หรือแม้แต่กรณี “เสาไฟกินรี” ที่กลายเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามและมีข้อสงสัย ก็เกิดจากประชาชนเองที่เป็นคนตั้งคำถามว่า ทำไมเสาไฟจำนวนมากถึงมาอยู่กลางพื้นที่รกร้าง? ท้องถิ่นใช้งบประมาณไปเท่าไรในการซื้อเสาไฟ? คำถามเหล่านี้กระจายไปยังเสาไฟที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นที่มีลักษณะคล้ายเสาไฟกินรีที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ว่าผู้รับจ้างเป็นใคร (ซึ่งจาก “ข้อมูล” ที่พบโครงการทำเสาไฟประติมากรรมส่วนใหญ่เป็นผู้รับจ้างรายเดียวกัน)หน่วยงานรัฐ-หน่วยงานท้องถิ่นใช้งบประมาณอย่างเหมาะสมหรือไม่ มีความเสี่ยงในการทุจริตหรือไม่
จากเคสทั้งหมดที่เล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง สังเกตได้ว่า “ข้อมูล” เป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้กับการทุจริต และมีเครื่องมือหนึ่งที่คอยสนับสนุนการต่อสู้กับทุจริตร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ คือ ACT Ai ย้อนกลับไปประมาณ 6 ปีที่แล้ว องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดตัวเครื่องมือสู้โกงของประชาชน ACT Ai (actai.co) เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกว่า 20 ล้านโครงการ และข้อมูลนิติบุคคลและบุคคลที่เป็นคู่สัญญาของรัฐกว่า 1 ล้านราย (ข้อมูลขณะนั้น) นำข้อมูลจำนวนมากทั้งหมด มาวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การคอร์รัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น เสี่ยงฮั้ว หรือเสนอราคาผิดปกติจนอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทิ้งงานและการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ด้วยความพยายามในการแก้ปัญหาข้อมูลภาครัฐที่เข้าถึงยากและเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการติดตามและสอดส่องเพื่อป้องกันการคอร์รัปชันที่อาจเกิดขึ้นในขณะนั้น
หลังจากที่ ACT Ai ถูกใช้โดยเครือข่ายภาคประชาชน ภาควิชาการ สื่อมวลชน ภาคการเมือง จนนำไปสู่การเปิดโปง ติดตามตรวจสอบในหลายกรณีทั้งใหญ่และเล็ก เวลาผ่านไป 6 ปี องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ปรับปรุง ACT Ai เพิ่มชุดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น ข้อมูลผู้มีสถานภาพทางการเมืองเพื่อตรวจสอบกรรมการบริษัทที่เป็นคู่สัญญาของรัฐ ว่ามีความเกี่ยวข้องหรือมีตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ข้อมูลการบริจาคให้กับพรรคการเมืองเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคู่สัญญาของรัฐกับพรรคการเมือง และเพิ่มการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในหลายกรณีที่มาจากประสบการณ์ คำแนะนำและความต้องการใช้งานของคนที่ทำงานในการต่อต้านคอร์รัปชัน นอกจากนี้ยังมีการปรับ ดีไซน์การแสดงผลให้ใช้งานง่าย ค้นหาข้อมูลง่าย และเห็นข้อมูลที่น่าสนใจได้ง่าย
ผมอยากเชิญชวนท่านผู้อ่านทุกท่าน เข้าไปลองใช้เครื่องมือ AI จับโกงจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเวอร์ชั่นใหม่ที่ปรับปรุงเรียบร้อยพร้อมให้มีการเข้าใช้งานแล้วที่ procurement.actai.co เพราะยังมีฟังก์ชันและข้อมูลที่น่าสนใจอีกมาก พื้นที่คอลัมน์นี้อาจจะอธิบายได้ไม่หมดและไม่เห็นภาพ ไม่แน่…ท่านเองอาจจะเป็นคนหนึ่งในการช่วยเปิดโปงคอร์รัปชันได้…
ณัฐภัทร เนียวกุล
.jpg)

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี