วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
ประเด็นถกเถียงในสังคมออนไลน์ภายหลังคะแนนการเลือกตั้งระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยที่ไม่ได้ทิ้งห่างกันมาก แต่ด้วยการโหวตของสมาชิกวุฒิสภาที่แต่งตั้งโดยคณะคสช.มีมติเอกฉันท์ให้พรรคก้าวไกลและนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ได้เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้พรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนนรองลงมา นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน จัดตั้งรัฐบาลและกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย
สิ่งที่น่าจับตามองคือประเด็นถกเถียงในสังคมนกฟ้า (Twitter) เกี่ยวกับปัญหาปากท้องต้องได้รับการแก้ไขก่อน และไม่ควรให้เกิดรัฐบาลสุญญากาศเพราะพี่น้องประชาชนกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น แต่อีกวิกฤตการณ์ที่ไม่ถูกพูดถึงในสังคมปัญญาชนคือ ชาวบ้านส่วนใหญ่กำลังถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานในการแสดงความเห็นหรือมีส่วนร่วมถึงผลกระทบจากอุตสาหกรรม ผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แม้ว่าจะส่งเสียงมากแค่ไหน แต่รัฐธรรมนูญปี 60ได้เขียนคำว่า “สิทธิ” ประชาชนกลายเป็น “หน้าที่รัฐ”
แปลว่าอะไร? แปลว่าถ้าอำนาจการพิจารณาขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่รัฐคนใดคนหนึ่ง หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ที่ไม่มีความเข้าใจปัญหามากพอ ไม่ทราบถึงผลกระทบในมิติต่างๆ และยังมีใต้โต๊ะหรือวาระแอบแฝงต่างๆ ซึ่งล้วนมาจากผลประโยชน์พวกพ้อง สมการนี้เลยไม่มีประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้อง
สถานการณ์ปัจจุบัน ชาวบ้านกำลังเผชิญกับปัญหาพื้นที่ทำกินหายไป เพียง “เงิน”ก็ไม่สามารถเยียวยาได้ หากหนทางทำกินกำลังเป็นหมัน ตัวอย่างหนึ่งจากการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าบริเวณแม่น้ำโขง ความร่วมมือจากทุนข้ามประเทศที่ไม่ได้มองมิติสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต จึงทำให้ปลาและระบบนิเวศบริเวณนั้นกำลังตายจากไป พื้นที่ทางการเกษตรริมน้ำที่นอกจากจะปลูกยากในหน้าแล้งแล้ว ยังมีการจับจองพื้นที่จากกลุ่มทุนใหญ่และผู้มีอำนาจทำให้ชาวบ้านไม่สามารถหากินได้อย่างเป็นธรรม ทั้งที่จริงแล้วแม่น้ำเป็นของทุกชีวิต แม้มีภาคประชาสังคมและชาวบ้านบริเวณนั้นเข้าไปทักท้วงแล้ว แต่ก็มีการไล่ฟ้องปิดปากหรือการสนับสนุนเงินก้อนโตให้ชาวบ้านเพื่อหยุดการเรียกร้องเหล่านี้
ลองมาดูที่การต่อสู้อันยาวนานของชาวจะนะ จ.สงขลา กว่า 40 ปีที่พยายามกู้สถานการณ์และพื้นที่ทำกินจากนิคมอุตสาหกรรมที่กินพื้นที่ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม เป็นจำนวน 20,000 ไร่ ซึ่งในทุกๆ สมัยมีการเสนอร่างเข้ารัฐสภาเพื่อต้องการเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้น ประชาชนร่วมกับภาคประชาสังคมพยายามกดดันในทุกช่องทาง รวมตัวกันเสนอร่างเพื่อแก้ไขความเสียหายนี้ เพราะถ้านิคมเกิดขึ้นจริง นอกจากทรัพยากรและระบบนิเวศเสื่อมโทรมแล้วชาวบ้านจะสูญเสียพื้นที่ประมงและถูกละเมิดจากการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงปัญหาสุขภาพจากสารเคมี-มลพิษที่กำลังตามมาในอนาคต
ทั้ง 2 กรณียังคงอยู่บนเรื่องปากท้องอยู่ไหม? ทั้งที่จริงๆ แล้วประชาชนควรได้เข้ามามีส่วนร่วมในนโยบายหรือการเสนอแก้ปัญหาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และมันคงจะถูกแก้ไขโดยด่วนเมื่อรัฐธรรมนูญ 60 ดันไม่ไปลดคำว่า “สิทธิ” ต่างๆ ของประชาชนให้กลายเป็น “หน้าที่ของรัฐ” ซึ่งตีความครอบคลุมดุลยพินิจและอำนาจการตัดสินใจแก้ปัญหาโดยเจ้าหน้าที่เอง
จริงๆ แล้ว ชาวบ้านก็แค่ต้องการพื้นที่ทำกินและหนทางหาเงินอย่างเป็นธรรม การมีนโยบายเพื่อสนับสนุนกลไกเศรษฐกิจของประเทศ อาจจะเป็นแค่หนทางหนึ่งที่ทำให้ผลผลิตของชาวบ้านหรือผู้ประกอบการรายย่อยได้ประโยชน์จากนโยบายอยู่บ้าง แต่ในระยะยาวแล้ว ก็ไม่ได้แก้ไขกลไกความยุติธรรม คืนสู่อำนาจแก่ประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น ปัญหาปากท้องก็ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีทางแก้ไขแต่กลับไม่ตรงจุดเท่าที่ควร
คณะรัฐบาลนำโดยคุณเศรษฐาและพรรคเพื่อไทย ได้ชูโรงนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทยเป็นพระเอกในการหาเสียงที่ผ่านมา แต่สำหรับนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้มีรายละเอียดชัดมากนัก ระบุเพียงว่า “จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยคงรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ซึ่งในเนื้อหาก็ไม่ทราบได้ว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนหรือไม่ หรือยังคงเป็นดุลยพินิจและของรัฐเช่นเดิม
ชาวนกฟ้าบางกลุ่มเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจควรเร่งแก้ไขเพราะเข้าใจว่าชาวบ้านตาดำๆ กำลังเข้าวิกฤต แต่ภายใต้ปมปัญหาขนาดใหญ่ “พื้นที่ทำกินและวิธีการทำกิน” ต่างหากที่ทำให้ชาวบ้านถูกบีบรัดการทำมาหากินแบบสุจริตยากขึ้น แทนที่ชาวบ้านจะสามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีให้เห็นตั้งแต่เกิดและก้าวออกจากวิกฤตทางอาหาร ก็ดันติดกับดักทางนิติธรรมอีก ตาสียายสาก็ยังต้องใช้ชีวิตที่ไม่ได้เป็นของตัวเอง ยังต้องเช่าพื้นที่ทำกิน เผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้ก่อขึ้น ทั้งปัญหาความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตที่แต่ก่อนไม่ต้องวิตกกังวลเท่าวันนี้ กลายเป็นต้องหันกลับไปพึ่งพาระบบทุนในตลาดแรงงานเช่นเดิม
เรื่องปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญจริง แต่ “เงิน”ก็ไม่สามารถเยียวยาได้เท่ากับ “ความเป็นธรรม”หากกฎหมายยังลดทอนสิทธิอันพึงมีของประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับประชาชนเพื่อคืนสิทธิและอำนาจการตรวจสอบ-ตัดสินใจ จึงเป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้นก่อนด้วยซ้ำไป หรืออย่างน้อยควบคู่ไปด้วยกันก็ยังดี
.jpg)

อ.อัจฉราวดี ลั่น!!! ถึงเวลาขจัดไทยสามานย์ ที่กัดกร่อนอธิปไตยของชาติและทุกสถาบัน
ขุดผลงานฟาดกลับ! 'ไอซ์ รักชนก'โพสต์ หลังถูกป้าบุกถามแรง'ทำงานบ้างหรือเปล่า'กลางตลาด
ลิซ่า ตอบแล้ว ทำไม ไอซ์ รักชนก ไม่ไปช่วยน้ำท่วมใต้ หลังถูกป้าบุกโวย
ชาวสหรัฐฯประท้วงต้านทรัมป์ เดือดอย่าเอาเลือดแลกกับน้ำมัน
ฮุน เซน โพสต์หวานซึ้ง ครบรอบ 50 ปีแต่งงาน บุน รานี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี