Logo วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
อำนาจสูงสุดของประเทศ ของใครกันแน่

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

วันนี้ ๒๔ มิถุนายน ต้องถือว่าเป็นวันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติไทย โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ซึ่งทำให้ประเทศถูกเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ประวัติศาสตร์ในเรื่องนี้นั้นอาจจะต้องย้อนไปถึงเหตุการณ์ในร.ศ.๑๓๐ เมื่อมีคณะผู้ก่อการคณะหนึ่งพยายามที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ โดยคณะผู้ก่อการถูกจับกุมทั้งหมด ซึ่งหลังจากนั้นแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ก่อตัวเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ จนเป็นเหตุการณ์ที่ตกผลึกในที่สุด


คณะนายทหารผู้ก่อการรวมทั้งราษฎรที่มีแนวคิดแบบเดียวกัน ที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎรจำนวนประมาณ ๙๙ คน อันประกอบไปด้วยพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา พันเอกพระยาทรงสุรเดช และพันโทพระประศาสน์พิทยายุทธ์ ส่วนฝ่ายราษฎรนั้น มีนายปรีดี พนมยงค์ เป็นหลักได้ร่วมกันกระทำการนี้ในวันดังกล่าวในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ โดยมีการเตรียมตัวล่วงหน้าในทางลับมาระยะหนึ่งแล้ว

กลุ่มผู้กระทำการดังกล่าวได้เลือกลงมือในวันที่รัชกาลที่ ๗ เสด็จแปรพระราชฐาน ณ วังไกลกังวล หัวหิน ด้วยเกรงว่าหากจะกระทำการปฏิวัติในวันที่พระองค์ยังทรงประทับอยู่ในพระนคร อาจจะได้รับการโต้ตอบสู้ตายถวายชีวิตจากบรรดาทหารฝ่ายรัฐบาลที่ยังจงรักภักดี รวมทั้งราษฎรส่วนใหญ่จำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว อันอาจจะเป็นเหตุให้เกิดสงครามกลางเมืองมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นอันมากก็เป็นได้

ในเช้ามืดของวันเปลี่ยนแปลงการปกครองนั้น นายทหารทั้ง ๓ พร้อมกำลังจำนวนหนึ่ง ได้ตรงเข้าไปยึดกรมทหารม้าที่ ๑ ซึ่งเป็นกำลังหลักของกองทัพที่ ๑ โดยได้สั่งให้ทหารเวรเปิดประตูกรม พร้อมกับประกาศว่าเกิดกบฏขึ้นในพระนคร และเข้าไปปลุกทหารทุกคนให้ตื่นขึ้นเตรียมพร้อม ทำให้เหล่าทหารชั้นผู้น้อยและผู้ใหญ่หลงเชื่อ ระดมกำลังพลนับพันนายออกไปรวมตัวกันอยู่ที่หน้าพระที่นั่ง อนันตสมาคม บริเวณพระบรมรูปทรงม้า

ขณะเดียวกัน พันเอกพระยาฤทธิอัคเนย์ ซึ่งร่วมอยู่กับคณะราษฎรเช่นกัน และเป็นผู้บังคับบัญชากรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ก็ได้ยกกำลังเข้าร่วมสมทบด้วย รวมทั้งพระเหี้ยมใจหาญ ผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยก็สั่งให้นักเรียนนายร้อยออกมาฝึกหัดในบริเวณลานพระราชวังดุสิตโดยไม่ทราบความจริง ทำให้มีทหารจำนวนประมาณ ๒,๐๐๐ นายรวมตัวกันอยูที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยไม่รู้ความจริงว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

หลังจากนั้นจึงมีการจับกุมจอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ผู้ทรงได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร แทนในช่วงที่พระองค์รัชกาลที่ ๗ เสด็จแปรพระราชสถานรวมทั้งการจับกุมบุคคลสำคัญอื่นๆ ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้านายชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า สมเด็จกรมพระยา หม่อมเจ้าอีกหลายพระองค์ที่ทำหน้าที่ผู้อารักขาเป็นตัวประกันทั้งสิ้นจำนวน ๒๕ นาย เพื่อใช้เป็นข้อต่อรองด้วย

ในส่วนของการตัดการสื่อสาร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งของการปฏิวัติรัฐประหารนั้น เป็นหน้าที่ของนายร้อยโทประยูร ภมรมนตรี และคณะฯ อันได้แก่ หลวงโกวิทอภัยวงศ์หรือนายควง อภัยวงศ์ นายวิลาศ โอสถานนท์และนายประจวบ บุนนาค ได้เข้าทำการตัดสายโทรเลขกับโทรศัพท์ และยังมีการนำกำลังทหารเรือโดยนายเรือเอกหลวงนิเทศเข้ายึดที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข ทำให้กองกำลังของรัฐบาลไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้

การปฏิวัติสำเร็จได้อย่างรวดเร็วและนายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ในฐานะที่อ้างว่าเป็นหัวหน้าคณะราษฎรปรากฏตัวต่อที่ชุมนุมทหาร เบื้องพระพักตร์ต่อพระบรมรูปทรงม้า  และกล่าวสุนทรพจน์มีใจความโดยสรุปว่า

เมื่อชาติกำลังประสบความวิปโยค เศรษฐกิจตกต่ำฝืดเคือง มีคนว่างงานมากมาย มีการลดเงินเดือนข้าราชการ ขณะเดียวกัน ก็ยังมีการเก็บภาษี ทั้งๆ ที่ราษฎรเดือดร้อนทำนาไม่ได้ ประชาชนยากจนข้นแค้น ซึ่งผู้ปกครองแผ่นดินแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ อันเป็นผลมาจากการปกครองรูปแบบเดิมที่เป็นมายาวนาน จึงถึงเวลาที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับประเทศต่างๆ หลายแห่งทั้งในยุโรปและเอเชีย โดยจะต้องมีรัฐธรรมนูญการปกครองใหม่ที่ให้พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญนั้นด้วย ทำให้บ้านเมืองที่กล่าวถึงนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าไปเป็นอย่างดี รวมทั้งความเป็นอยู่ของประชาชนก็ดีขึ้นด้วย

ในตอนสายของวันนั้น นายปรีดี พนมยงค์ที่มีตำแหน่งเป็นหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ที่ถูกส่งไปศึกษาวิชากฎหมายที่ประเทศฝรั่งเศส เพื่อจะกลับมารับใช้ราชการ ที่นับว่าเป็นคนสำคัญในคณะราษฎรก็ได้ดำเนินการออกคำประกาศคณะราษฎร โดยทำเป็นใบปลิวแจกจ่ายอย่างแพร่หลายสู่สาธารณชน มีใจความโดยสรุปที่ทำให้ผู้ได้อ่านเชื่อว่าคณะราษฎรที่จะจัดการปกครองโดยมีสภานั้น จะทำให้ประเทศชาติดีขึ้น เพราะไม่ใช่เป็นการปกครองโดยความคิดของใครผู้ใดผู้หนึ่ง แต่ประชาชนทุกคนจะมีส่วนร่วมในการออกความเห็น มีสิทธิเสมอภาคกัน มีอิสรเสรีภาพ ได้รับการศึกษาที่ดี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้ประชาชนหลงเชื่อกับคำประกาศดังกล่าว ซึ่งทำให้ไม่เกิดปัญหาลุกลามต่อการปฏิวัติครั้งนี้

ในวันถัดมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ก็ได้มีพระราชหัตถเลขาถึงคณะราษฎร ว่า “คณะทหารมีความปรารถนาจะเชิญให้ข้าพเจ้ากลับพระนคร เป็นกษัตริย์อยู่ใต้พระธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน ข้าพเจ้าเห็นแก่ความเรียบร้อยของอาณาประชาราษฎร ไม่อยากให้เสียเลือดเนื้อ กับทั้งเพื่อจัดการโดยละม่อมละไม ไม่ให้ขึ้นชื่อว่าได้จลาจลเสียหายแก่บ้านเมืองและความจริงข้าพเจ้าก็ได้คิดอยู่แล้วที่จะเปลี่ยนแปลงตามทำนองนี้ คือมีพระเจ้าแผ่นดินตามพระธรรมนูญ จึงยอมรับที่จะช่วยเป็นตัวเชิด เพื่อให้คุมโครงการตั้งรัฐบาลให้เป็นรูปวิธี เปลี่ยนแปลงตั้งพระธรรมนูญโดยสะดวก”

ในวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๕ พระองค์จึงได้พระราชทานพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว และต่อมาในวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๕ จึงมีการพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวร

ประเทศไทยจึงมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาตั้งแต่นั้น แต่สิ่งที่เกิดติดตามมาก็คือการแก่งแย่งเพื่อชิงอำนาจในการปกครองของรัฐบาลและนักการเมืองต่อๆ กันมา ทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยช่วงระยะเวลา ๙๐ ปีเศษนั้น มีการรัฐประหารเกิดขึ้นจำนวน ๑๓ ครั้ง และมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๒๐ ฉบับ

แต่ถึงแม้จะมีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง ๒๐ ฉบับ เมื่อมีคณะรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นเมื่อใด ก็จะมีความพยายามในการแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นยังไม่เป็นที่ถูกใจของคณะรัฐบาลหรือนักการเมืองทั้งหลายที่กำลังทำหน้าที่อยู่ โดยเนื้อแท้ก็คงจะมีสาเหตุจากเนื้อหาในรัฐธรรมนูญอาจจะยังไม่เป็นที่ถูกใจในกระบวนความคิดของนักการเมือง แต่ที่สำคัญคือไม่สมประโยชน์ต่อการที่ต้องการให้ประเทศไทยเดินไปในทิศที่พวกเขาทั้งหลายอยากจะได้ และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญยังเปิดให้มีบทลงโทษนักการเมืองที่กระทำผิดอีกด้วย ซึ่งเหล่านี้น่าจะเป็นเหตุผลแห่งการมุ่งมั่นในการแก้หรือจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งสิ้น

นักการเมืองบางคนหรือบางพรรค ที่มักจะอ้างว่าเป็นตัวแทนของประชาชน ยังคงยึดโยงและเชื่อมั่นในแนวความคิดและความตั้งใจของผู้นำคณะราษฎรบางคนที่ไปศึกษาวิชากฎหมายหรือรัฐศาสตร์ในประเทศฝรั่งเศส ที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญโดยลดบทบาทและอำนาจของพระมหากษัตริย์ลงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถือว่าเป็นความคิดที่เลวร้าย และเป็นการเนรคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถึงอย่างไรสถาบันนี้ก็ทำให้ชาติไทยยืนยงคงอยู่มาได้เป็นระยะเวลาเกือบ ๘๐๐ ปีแล้ว

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่มีส่วนไหนเลยที่ให้อำนาจสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่จะกระทำการอันอาจจะเป็นภัยต่อชาติและราษฎรได้  แต่ประชาชนและนักการเมืองบางคนบางส่วนต่างหากเล่า ที่พยายามอย่างยิ่งในการกระทำการที่เป็นการคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงควรแล้วหรือที่อำนาจสูงสุดควรเป็นของนักการเมืองหรือราษฎรที่มีจิตสำนึกที่ไม่ดีและไม่อาจแยกแยะความถูกผิดได้

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:57 น. พิพัฒน์​ โพสต์​​ ขอบคุณ​ อนุทิน ไว้วางใจ​ แจง​เจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก.​ แสดงความบริสุทธิ์ใจ
21:40 น. ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี
21:34 น. กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท
21:00 น. ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม
20:59 น. โปรดเกล้าฯ นาวาอากาศเอก ธนาศักดิ์ สีขาว เป็นนายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์
ดูทั้งหมด
คิดให้ดีก่อนซื้อ ต๊ะ นารากร โพสต์ฝากถึงคนจะซื้อรถไฟฟ้า
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผลักดันเยาวชนรุ่นใหม่ สืบสานผ้าไทยสู่เวทีแฟชั่นโลก
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 มี.ค.-3 เม.ย.69
เพจผู้บริโภคทำความเข้าใจ เหตุใดน้ำมัน E20 เหมือนกัน แต่สีต่างกัน
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ดูทั้งหมด
สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน
เสียงจากอเมริกันชน‘หยุดสงคราม-หยุดทรัมป์บ้า’
ยุทธศาสตร์การจดบันทึกและการรังสรรค์วรรณกรรมแห่งชีวิต (1)
จอมมารหางโผล่
ปัญหาน้ำมัน กับน้ำลาย ข่าวเท็จ-ปั่น-บิดเบือน หวังผลการเมือง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พิพัฒน์​ โพสต์​​ ขอบคุณ​ อนุทิน ไว้วางใจ​ แจง​เจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก.​ แสดงความบริสุทธิ์ใจ

ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม

ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี

ส่องของวิเศษโดราเอมอน จาก จินตนาการ สู่ นวัตกรรม ที่คุณอาจถืออยู่ในมือ

แก๊งเงินกู้โหด ทวงแม่ค้าส้มตำ เงินขาด 40 บาท ไม่พอใจคว้าเก้าอี้ฟาดหน้าสลบ

ห่วงคนไทยแบกค่าไฟพุ่ง กรณ์ ปลุกคนไทยส่งเสียงค้านก่อนหมดเวลา

  • Breaking News
  • พิพัฒน์​ โพสต์​​ ขอบคุณ​ อนุทิน ไว้วางใจ​ แจง​เจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก.​ แสดงความบริสุทธิ์ใจ พิพัฒน์​ โพสต์​​ ขอบคุณ​ อนุทิน ไว้วางใจ​ แจง​เจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก.​ แสดงความบริสุทธิ์ใจ
  • ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี
  • กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท
  • ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม
  • โปรดเกล้าฯ นาวาอากาศเอก ธนาศักดิ์ สีขาว เป็นนายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์ โปรดเกล้าฯ นาวาอากาศเอก ธนาศักดิ์ สีขาว เป็นนายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

30 มี.ค. 2569

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

ในวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน

23 มี.ค. 2569

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง

16 มี.ค. 2569

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

คนทรยศหรือไส้ศึก มหันตภัยของชาติ

9 มี.ค. 2569

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

ปฏิบัติการ IO ประโยชน์หรือโทษ

2 มี.ค. 2569

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ

23 ก.พ. 2569

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

16 ก.พ. 2569

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

9 ก.พ. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved