Logo วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
ธงชาติและชาติไทย

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อชุมชนรวมตัวกันจนเป็นชาตินั้น หากแต่ละชาติต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมีการติดต่อซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะในลักษณะของความเป็นมิตรหรือในบางครั้งก็เป็นไปในลักษณะของความเป็นศัตรู ก็คงจะไม่ต้องมีเครื่องหมายหรือสิ่งที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของความเป็นชาตินั้นๆ แต่เมื่อได้มีการติดต่อกันขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะในรูปแบบใด ก็จำเป็นต้องมีเครื่องแสดงตัวตนของความเป็นชาติ และนั่นคือที่มาของการเกิดสัญลักษณ์ของแต่ละชาติที่เรียกว่าธงชาติ

ธงชาติไทยก็มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน โดยในยุคเริ่มต้นจะมีลักษณะเป็นเพียงธงซึ่งใช้แสดงความเป็นตัวตนในกิจกรรมต่างๆ โดยแรกเริ่มนั้นใช้เป็นเพียงเครื่องหมายของกองทัพแต่ละกอง เช่น สีแดงสำหรับกองทัพเรือ


ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการเดินทางของคณะราชทูตฝรั่งเศสเพื่อเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยา โดยจะต้องเดินทางผ่าน ป้อมบางกอก ซึ่งปัจจุบันคือป้อมวิชัยประสิทธิ์ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๒๒๓

ได้มีกำหนดการว่า เมื่อเรือเลอเตอวูร์เคลื่อนผ่านป้อมบางกอกและเห็นธงของชาติไทยก็จะมีการยิงปืนสลุต แต่ผู้บังคับการป้อมเข้าใจผิดและไม่เคยปฏิบัติมาก่อน ได้นำเอาธงชาติฮอลันดาซึ่งใช้ในการค้าขายชักขึ้นแทน เมื่อกัปตันเรือฝรั่งเศสเห็นเช่นนั้นจึงไม่ยอมยิงสลุต จนกว่าจะมีการเอาธงฮอลันดาลงเสียก่อน โดยจะชักธงอะไรขึ้นแทนก็ได้ แต่ไม่ใช่ธงของชาติอื่นใด เนื่องจากชาติไทยตอนนั้นยังไม่มีธงชาติโดยเฉพาะ จึงใช้ธงของทหารเรือซึ่งเป็นธงสีแดง ที่ถูกใช้มาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๑๙๙ ขึ้นแทน เมื่อเรือฝรั่งเศสเห็นดังนั้นจึงเริ่มยิงสลุตเพื่อเป็นการให้เกียรติ และทางป้อมบางกอกของไทยก็ยิงสลุตตอบนัดต่อนัดเช่นกัน จึงนับเอาเหตุการณ์นี้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ธงชาติไทย

การใช้ธงสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของชาติเป็นมาอย่างยาวนานจนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ในปีพุทธศักราช ๒๓๒๕ จึงเริ่มมีการนำสัญลักษณ์ต่างๆ มาประดับบนธงพื้นสีแดง โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เพิ่มรูปจักรสีขาวในธงสีแดง และเริ่มใช้เป็นธงประดับเรือรบหลวง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งในช่วงเวลานั้นพระองค์ได้ช้างเผือก ๓ เชือกไว้ประดับบารมี คือพระยาเศวตกุญชร พระยาเศวตไอยรา และพระยาเศวตคชลักษณ์ ซึ่งนับเป็นเกียรติยศยิ่ง แสดงถึงบุญบารมีที่พระองค์ทรงมี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เพิ่มรูปช้างสีขาวเข้าไว้ภายในวงจักรสีขาว ของธงที่เคยใช้อยู่เดิม เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นรัชสมัยของพระเจ้าแผ่นดินอันมีช้างเผือก และใช้ธงนี้ประดับอยู่กับเรือรบหลวงตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๓๖๐

ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศไทยได้ทำสนธิสัญญาอื่นๆ อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่งกับสหราชอาณาจักร ในปี ๒๓๙๘ พระองค์มีพระราชดำริว่าธงที่ใช้อยู่นั้นมีพื้นสีแดงซึ่งซ้ำกับธงประเทศอื่นหลายประเทศ จำเป็นต้องมีธงชาติใช้เป็นของตัวเอง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ใช้ธงพื้นสีแดงมีรูปช้างเผือกสีขาวอยู่ตรงกลาง  โดยเอารูปจักรซึ่งเป็นเครื่องหมายเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ออก และให้ใช้ธงนี้ติดตั้งได้ทั้งในเรือหลวงและของเอกชน ซึ่งต่อมาพบหลักฐานใหม่ว่าธงที่มีรูปช้างเผือกแบบไม่มีจักรนั้น ถูกนำมาใช้ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้วตั้งแต่พ.ศ ๒๔๙๔

ธงช้างเผือกได้ถูกใช้เป็นธงชาติสยามยาวนานถึง ๕ รัชกาล จนถึงวันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๙ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่ารูปช้างไม่สง่างามพอ จึงให้ปรับรูปช้างเป็นลักษณะช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นหันหน้าเข้าข้างเสาธง แต่ก็ได้ใช้อยู่เป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยต่อมาได้โปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนรูปแบบธงชาติเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีแถบยาวสีแดง ๓ แถบ สลับกับแถบสีขาว ๒ แถบ เรียกว่าธงแดงขาว ๕ ริ้วโดยส่วนใหญ่ใช้เพื่อการค้าขายกับต่างชาติ แต่ยังคงใช้ธงช้างเผือกเป็นธงสัญลักษณ์

ในปีพ.ศ. ๒๔๖๐ ได้มีการเปลี่ยนแถบสีแดงที่ตรงกลางธงให้เป็นสีน้ำเงินแก่ เพื่อให้เกิดความสง่างามมากขึ้น และเป็นลักษณะของธง ๓ สีทำนองเดียวกับธงชาติ ของฝ่ายพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ ๑ คือธงของประเทศฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา  ซึ่งทำให้ทั้ง ๓ ประเทศนั้นพอใจในธงชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง และนอกจากนี้สีน้ำเงินยังเป็นสีของสถาบันพระมหากษัตริย์ การมีสีน้ำเงินในธงชาติ จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงพระองค์ในวาระเหตุการณ์ต่างๆ ด้วย

ในการเปลี่ยนแปลงสีของธงชาติเป็น ๓ สีนั้น ได้โปรดให้เจ้าพระยารามราฆพ เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ซึ่งเป็นเสนาธิการทหารบกในเวลานั้น ให้ออกแบบธงและนำกลับไปถวายเพื่อทูลขอความเห็น ซึ่งในที่สุดได้มีการนำเรื่องธงนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะเสนาบดีซึ่งได้มีการลงมติเห็นชอบให้รูปแบบธงชาติที่คิดขึ้นใหม่นี้เป็นธงชาติไทย รวมทั้งออกประกาศในพระราชบัญญัติธงพุทธศักราช ๒๔๖๐ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๖๐

จึงถือเอาวันที่ ๒๘ กันยายนของทุกปีเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย

จึงเห็นได้ว่าธงชาติไทยนั้นมีกำเนิดหรือความเป็นมายาวนานพอสมควร และองค์พระมหากษัตริย์ที่ปกครองแผ่นดิน เริ่มตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งเป็นพระมหาราชองค์ที่ ๓ ของชาติไทย และพระมหากษัตริย์ต่อมาอีกหลายพระองค์ได้ให้ความสำคัญและมีพระวิสัยทัศน์ที่จะทำให้ธงชาติไทยเป็นสัญลักษณ์ของชาติ ที่แสดงถึงตัวตนของความเป็นชาติที่น่าภาคภูมิใจ

ธงสามสีของชาติไทยถูกกำหนดให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้าง ๖ ส่วน ยาว๙ ส่วน ด้านกว้าง ๒ ใน ๖ ส่วนตรงกลางเป็นสีขาบ (สีน้ำเงินแก่)  ต่อจากแถบสีขาบออกไปทั้งสองข้าง ข้างละ ๑ ใน ๖ ส่วน เป็นแถบสีขาว ต่อจากสีขาวออกไปทั้ง ๒ ข้าง เป็นแถบสีแดง เรียกว่าธงไตรรงค์

โดยสีแดงหมายถึงเลือดอันยอมพลี เพื่อธำรงรักษาชาติและศาสนา สีขาว หมายถึงความบริสุทธิ์แห่งพระศาสนา และสีน้ำเงินหมายถึงสีส่วนพระองค์ของ พระมหากษัตริย์

ซึ่งทั้งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์จะต้องธำรงอยู่ตลอดกาล โดยคนไทยทุกคนจะต้องร่วมกันรักษาไว้

ขอย้อนกลับมาถามนักการเมืองทั้งหลายที่มักจะชอบอ้างว่าตัวเองเป็นผู้แทนราษฎร เพราะมาจากการเลือกตั้งทั้งจากคะแนนโดยตรงและจากบัญชีรายชื่อจากพรรคที่ได้คะแนนจากความนิยมของประชาชนว่า ขณะนี้ท่านทั้งหลายกำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อจะธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์จริงหรือไม่

พรรคการเมืองบางพรรค ได้แสดงตัวตนอย่างชัดเจนถึงการที่จะนำประเทศชาติให้เข้าไปเป็นสมุนของชาติมหาอำนาจ โดยมีเครือข่ายเชื่อมโยงและได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันก็มีความพยายามมาโดยตลอด ในการที่จะบั่นทอนสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งโดยการพยายามจะแก้รัฐธรรมนูญจนถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อจะนำไปสู่การออกกฎหมายที่ไม่ให้อำนาจคุ้มครองพระมหากษัตริย์และสถาบันอีกต่อไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือว่าเป็นกระบวนการคิดที่เรียกว่าเป็นความชั่วร้าย เป็นเสมือนต้นไม้พิษที่ไม่มีรากแก้ว ที่ยึดโยงกับแผ่นดินนี้ ในขณะเดียวกันก็ผลิดอกออกผล ซึ่งช่วงที่เป็นดอกก็มีกลิ่นเหม็นเน่าสะอิดสะเอียน และเมื่อกลายเป็นผลก็เต็มไปด้วยพิษ ซึ่งเมื่อร่วงหล่นลงสู่พื้นดินก็ทำลายแผ่นดินซึ่งเป็นถิ่นที่อาศัยจนเสียหายไปหมด

ในขณะเดียวกัน พรรคการเมืองบางพรรคที่มีผู้นำที่อ่อนด้อยประสบการณ์ ซึ่งดูเหมือนน่าจะขาดทั้งความสามารถ ความเฉลียวฉลาด อารมณ์และวุฒิภาวะ แล้วมาเป็นผู้บริหารระดับผู้นำประเทศ ก็มีรากที่มาจากการทุจริต โกงกิน รวมทั้งน่าจะมีปัญหาทางจริยธรรมอยู่ด้วย ซึ่งก็ดูเหมือนว่าได้ใช้ความคิดและการกระทำทั้งที่ถูกครอบครองและครอบงำจากบุคคลที่มีประวัติเสื่อมเสียจนถูกศาลตัดสินจำคุกมาแล้วด้วยมาใช้ในการบริหารประเทศ แล้วจะหวังอะไรได้

ไม่อาจจะมองเห็นได้เลยว่าอนาคตของชาติจะเป็นอนาคตที่สดใส มีความเจริญรุ่งเรือง มีเศรษฐกิจที่ดี และประชาชนได้อยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุข  แล้วนักการเมืองบางส่วนซึ่งยังถือได้ว่าเป็นนักการเมืองน้ำดี กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ จะยินยอมให้ประเทศชาติของเราต้องเดินไปอย่างนี้หรือ

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
13:57 น. จลาจลในคองโก ญาติฉุนไม่ให้รับศพผู้ป่วยอีโบลา จุดไฟเผาเต็นท์-ขว้างหินใส่หมอ
13:52 น. ทำเนียบฯอุดรอยรั่ว! ปรับปรุงตึกไทยคู่ฟ้า-ตึกสันติไมนตรี อุดซิลิโคน-ทาสี รับหน้าฝน
13:46 น. ผลออกแล้ว! ตำรวจสภา-จนท.ยานพาหนะ ฉี่ม่วง 1 ราย โสภณ ส่งบำบัดต่อ
13:36 น. ภัยเงียบข้างห้อง! CIB จับหนุ่มซุกภาพแอบถ่ายเต็มมือถือ-หวิดอนาจารสาว 18
13:33 น. เจตนาอะไร? เท้งปลุกล้ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' ไม่ยึดโยงประชาชน
ดูทั้งหมด
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระประชวร ฉบับที่ 7
บอสณวัฒน์ ตั้ง ทราย สก๊อต นั่งแท่นกรรมการ MGI All Stars
หน้าสั่นเป็นแถบ อ.ไชยันต์ ยกเคสอังกฤษ ตอก ดรามาองคมนตรี ทำโซเชียลแห่เมนต์ตอกย้ำ
พลอยทะเล โต้ พิชาย ยันงบเลี้ยงอาหารเย็นเจ้าสัวคุ้มค่า แนะเอาเวลาไปสร้างผลงาน
ในหลวง-พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี นำ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ดูทั้งหมด
รถไฟชนรถเมล์…..ไอ้โม่งที่คนลืม
วลีเจ็บจี๊ด
การทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราฯ รัฐจะมีรายได้เพิ่ม 18,850 ล้านบาท!!!
บุคคลแนวหน้า : 22 พฤษภาคม 2569
เห็นอกเห็นใจ 'รัฐบาลอนุทิน' ความลำบากใจของคนกันเอง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทำเนียบฯอุดรอยรั่ว! ปรับปรุงตึกไทยคู่ฟ้า-ตึกสันติไมนตรี อุดซิลิโคน-ทาสี รับหน้าฝน

เจตนาอะไร? เท้งปลุกล้ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' ไม่ยึดโยงประชาชน

จลาจลในคองโก ญาติฉุนไม่ให้รับศพผู้ป่วยอีโบลา จุดไฟเผาเต็นท์-ขว้างหินใส่หมอ

เอาแล้ว ส้มแซะปมชู้สาว สามีทนายแจม โผล่เมนต์ในโพสต์ สส.ณัฐพล ก่อนรีบลบทิ้ง

ไม่ทนข้อมูลบิดเบือน! กมธ.วุฒิสภา ขยับเชิญ ทูตอาเซียน+3 กางหลักฐานแจงข้อเท็จจริง ชายแดนไทย-กัมพูชา

อัยการเลื่อนฟังคำสั่ง บิ๊กโจ๊ก ถูกกล่าวหาทำร้ายลูกน้อง นัดอีกที 24 ก.ค. นี้⁣

  • Breaking News
  • จลาจลในคองโก ญาติฉุนไม่ให้รับศพผู้ป่วยอีโบลา จุดไฟเผาเต็นท์-ขว้างหินใส่หมอ จลาจลในคองโก ญาติฉุนไม่ให้รับศพผู้ป่วยอีโบลา จุดไฟเผาเต็นท์-ขว้างหินใส่หมอ
  • ทำเนียบฯอุดรอยรั่ว! ปรับปรุงตึกไทยคู่ฟ้า-ตึกสันติไมนตรี อุดซิลิโคน-ทาสี รับหน้าฝน ทำเนียบฯอุดรอยรั่ว! ปรับปรุงตึกไทยคู่ฟ้า-ตึกสันติไมนตรี อุดซิลิโคน-ทาสี รับหน้าฝน
  • ผลออกแล้ว! ตำรวจสภา-จนท.ยานพาหนะ ฉี่ม่วง 1 ราย โสภณ ส่งบำบัดต่อ ผลออกแล้ว! ตำรวจสภา-จนท.ยานพาหนะ ฉี่ม่วง 1 ราย โสภณ ส่งบำบัดต่อ
  • ภัยเงียบข้างห้อง! CIB จับหนุ่มซุกภาพแอบถ่ายเต็มมือถือ-หวิดอนาจารสาว 18 ภัยเงียบข้างห้อง! CIB จับหนุ่มซุกภาพแอบถ่ายเต็มมือถือ-หวิดอนาจารสาว 18
  • เจตนาอะไร? เท้งปลุกล้ม \'ระบอบสีน้ำเงิน\' ไม่ยึดโยงประชาชน เจตนาอะไร? เท้งปลุกล้ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' ไม่ยึดโยงประชาชน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ทางเชื่อมอันดามันอ่าวไทย ยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญ

ทางเชื่อมอันดามันอ่าวไทย ยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญ

18 พ.ค. 2569

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

11 พ.ค. 2569

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

4 พ.ค. 2569

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

ภาษี VAT ถึงเวลาต้องปรับเพิ่มหรือยัง

27 เม.ย. 2569

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

รัฐต้องวางแผนพึ่งพาทรัพยากรชาติให้มากที่สุด

20 เม.ย. 2569

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

ข้อตกลง ไร้ประโยชน์หากไม่จริงใจ

13 เม.ย. 2569

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

การรุกราน อาจนำมาซึ่งความย่อยยับ

6 เม.ย. 2569

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

สัมพันธภาพไทยกับอิหร่าน

30 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved