วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวานนี้ พูดถึง “ปรากฏการณ์ศุภจี” ก็ปรากฏว่า ท่านผู้อ่านสะท้อนทั้งมุมมอง ความเห็น และข้อมูลเพิ่มเติม เข้ามาเยอะมาก
บางเพจนำข้อเขียนไปแปะ ก็มีคนมาต่อเติมความเห็นอีกมากมาย น่าสนใจทั้งนั้น
1. ประเด็นต่อเนื่องจากที่คุณศุภจี ไปออกรายการสรยุทธ์ ดีเบตกับคุณศิริกัญญา มันมีปมการส่งออกข้าว ผู้ส่งออกควรจะต้องมีสต๊อกข้าวขั้นต่ำ 100 ตันหรือไม่?
คุณศุภจีอธิบายจะแจ้ง นุ่มนวล เรียบง่าย แต่รู้จริง
ถึงขนาดหยิบเครื่องคิดเลข กดคำนวณจะจะ ส่งออกข้าวเพื่อการพาณิชย์ปริมาณแค่ไหนจึงจะมีความคุ้มค่าที่จะส่งออก เมื่อเทียบต้นทุนค่าขนส่ง ค่าดำเนินการ รวมถึงในโลกความจริงของการส่งออกข้าว สต๊อกสำคัญอย่างไร กระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศอย่างไร ฯลฯ
ส่วนอีกฝ่ายได้แต่อ้างว่ารายย่อยจะได้ส่งออกได้ง่ายขึ้น หวังได้ภาพว่าต่อสู้เพื่อรายย่อย
แล้วบรรดาด้อมส้มก็เอาไปขยายผลแบบมั่วๆ
ทั้งๆ ที่ ความจริง ข้อกำหนดสต๊อก 100 ตัน ไม่ใช่กำแพงปิดรายย่อย เพราะอะไร...
กรมการค้าต่างประเทศ ชี้ชัดว่า ข้อกำหนดเรื่องสต๊อกข้าว ไม่ได้ใช้กับผู้ส่งออกทุกระดับในลักษณะเดียวกัน
สำหรับผู้ส่งออกรายย่อย มีเกณฑ์เฉพาะของตนเอง คือ เกษตรกรและสหกรณ์ สามารถส่งออกได้ โดยหากเป็นการส่งออกข้าวสารบรรจุหีบห่อ หรือที่เรียกว่า ข้าวถุง ไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องมีสต๊อกข้าวถึง 100 ตัน
ส่วนข้อกำหนดสต๊อก 100 ตัน เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับผู้ประกอบการในระดับที่ต้องรับผิดชอบ “การส่งออกเชิงพาณิชย์” เพื่อรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือของประเทศ ที่ส่งออกข้าวเป็นกระสอบ หากไม่มีสต๊อกขั้นต่ำ แล้วเกิดการส่งออกไม่ได้ตามสัญญา ผลกระทบจะเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของการส่งออกข้าวของประเทศไทยส่วนรวมด้วย
2. คุณสันติสุข มะโรงศรี ผู้ดำเนินรายการ Top News ได้นำเสนอภาพถ่ายคุณศุภจีขณะกำลังฝัดข้าว แล้วบรรยายประกอบภาพว่า
“ภาพแทนคำตอบ ว่าทำไมอดีตผู้บริหารดุสิตธานีฯ ถึงตอบเรื่องข้าวได้ลึกซึ้งกว่าแคนดิเดตนายกฯของพรรคส้ม 555
เส้นแบ่งระหว่างผู้บริหารมืออาชีพ กับเด็กฝึกงานที่คิดว่าตัวเองรู้จริงครับ”
นอกจากนี้ ยังโพสต์ข้อเขียนว่าด้วยเรื่อง “ศุภจี เก่งมาจากไหน (วะ)” ระบุว่า
“การปั่นความเท็จว่า ศุภจีไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ไปดีเบตแทนพรรคไม่ได้ เอารูปมาช่วยหาเสียงก็ไม่ได้ คือ ภาพสะท้อนความจนตรอกของคู่แข่ง
ง่ายๆ ไม่รู้จะเอาใครไปแข่งกับศุภจีแล้ว ดิสเครดิตซะเลย
ด้อมบางส่วนวิปลาสหนัก ถึงขนาดปั่นหัวหลอกกันเองว่า เลือกส้มสิ เดี๋ยวก็ได้ศุภจีมาช่วยงาน 555
คือ ไม่รู้จะเอาใคร เอาสติปัญญา เอาความสามารถอะไรมาแข่ง ขโมยซะเลย 5555 (พอม้ายยยยยย)
อาการหนัก คือ พรรคส้ม เพราะประกาศคนนอกจะเป็น รมต. แต่ไม่ปังแบบนี้ แถมพรรคพัง (อดีต สส. บางคนลาออก)
ปกติ เมื่อดีเบตแพ้ ก็ต้องยินดีหากประเทศได้คนที่เก่งที่สุดบริหาร เพื่อประเทศชาติ
ไม่ใช่พยายามดิสเครดิต ทำลาย หรือเคลมเอามาเป็นของกูซะเลย
บางคน ถึงขั้นพยายามไปขุดคุ้ยเรื่องการบริหารดุสิตธานี หาว่าคุณศุภจีทำขาดทุน แล้วทิ้งมาเป็นรัฐมนตรี อันนี้ คือ ขายความโง่แล้วอวดฉลาดนะครับ
อย่างแรก ถ้าคุณเค้าบริหารจนขาดทุน ไร้อนาคต เจ้าของโรงแรมเขาจะพร้อมอ้าแขนรับกลับไปบริหารทำไม (วะ) คิดสิ คิด
อย่างที่สอง ถ้าอ่านหนังสือให้แตก ดูข่าวธุรกิจให้เป็น จะเข้าใจว่า เป็นผลจากการแก้ปัญหามาตั้งแต่วิกฤตโควิด เครือดุสิตธานีมีการลงทุนพัฒนาขยายเครือข่ายมากมาย มันจึงมีตัวเลขขาดทุนในบัญชี ซึ่งจะหายไปเมื่อรับรู้รายได้หลังจากนี้
ล่าสุด ดุสิตธานีโชว์ผลงานปี 2568 นั่นก็คือผลงานที่คุณศุภจีบริหารจัดการไว้นั่นเอง
โดยปี 2568 กลุ่มดุสิตธานี สร้างสถิติพัฒนาโครงการโรงแรม ด้วยการลงนามในสัญญาบริหารโรงแรมใหม่รวม 24 แห่ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ
.png)
.png)
.jpg)
คุณชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 กลุ่มดุสิตธานีพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดความสำเร็จจากผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงการโรงแรมในปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ ได้ลงนามสัญญารับจ้างบริหารโรงแรมใหม่รวม 24 แห่ง ครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ สะท้อนศักยภาพมาตรฐานแบรนด์ไทยของกลุ่มดุสิตธานีในเวทีสากล
“ขณะนี้ เรามีโรงแรมที่ลงนามในสัญญาและอยู่ระหว่างดำเนินการของกลุ่มดุสิตธานีอีกมากกว่า 50 แห่งทั่วโลก ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า... ซึ่งจากแรงส่งในปี 2568 ทำให้คาดว่าปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของการเปิดโรงแรมใหม่ในหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เมียนมา ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
นอกจากนี้ ความสำเร็จของโครงการ “ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ประกอบด้วย โรงแรมระดับ 5 ดาวที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ พื้นที่สำนักงานระดับพรีเมียม และศูนย์การค้าสุดหรู ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนศักยภาพในการพัฒนาและบริหารโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนของกลุ่มดุสิตธานี”
นั่นเจ้านายเก่าเขา พร้อมอ้าแขนรับคุณศุภจีกลับเข้าทำงานด้วย หากพ้นจากหน้าที่รัฐมนตรีเมื่อไหร่
ขณะที่แคนติเดตนายกฯ ว่าที่รัฐมนตรี มือเศรษฐกิจของบางพรรค ไม่เคยบริหารอะไรสำเร็จเลยนะครับ ผมนี่โคตรงงเลย
ได้บริหารกิจการครอบครัว มีมืออาชีพประกบ ก็ยังลุ้นขี้เยี่ยวเล็ด
ไอ้ที่ทำขาดทุนย่อยยับจนต้องขายกิจการไม่ต้องพูดถึง
ส่วนคุณศุภจี เขาเป็นนักบริหารมืออาชีพนะครับ
คุณเค้าโดดเด่นมาตั้งแต่เป็นซีอีโออายุน้อยที่สุดของ IBM (ตอนนั้นอายุ 38ปี)
บริหารไทยคม ก็พลิกฟื้นกลับมามีกำไร จากก่อนนั้นไทยคมขาดทุนสะสมติดต่อกัน 5 ปี (หลังพ้นจากยุคที่ทักษิณใช้อำนาจเอื้อประโยชน์แล้ว)
มาบริหารดุสิตธานี วันที่คุณศุภจีรับตำแหน่งซีอีโอ เขามีโรงแรมในเครือ 20 แห่งจาก 8 ประเทศ เทียบกับปัจจุบันสิครับ มีหลายร้อยแห่ง ครอบคลุมไปกว่า 20 ประเทศแล้ว ล่าสุด ก็ทำสวนลอยฟ้า แลนด์มาร์คใหม่ ที่ใครๆ ไปถ่ายรูปกันในปัจจุบัน
เรื่องคุณศุภจี ผมไม่เคยรู้จักส่วนตัวเลยนะครับ ตั้งแต่มาเป็น รมต. ก็ไม่เคยคุย ได้แต่ติดตาม เจาะหาข้อมูล
รำคาญพวกเอาข่าวเท็จมาปั่นทำลายคน
ล่าสุด หัวหน้าพรรค ภท. ยืนยันว่า คุณศุภจี เอกนิติ สีหศักดิ์ ล้วนเป็นสมาชิกพรรค และพรรคก็ประกาศเป็นทางการไปแล้วจะให้ดำรงตำแหน่งอะไร
ผมว่านะครับ ... ระหว่างคนทำงานเป็น ทำงานจริง ทำงานดี กับพวกปั่นสร้างภาพ ของปลอม ของเก๊ ของก๊อบ ขี้คุย ขายฝันมั่วๆ หรือขอโอกาสบริหารประเทศโดยที่ตัวเองไม่เคยมีความสำเร็จในการทำงานจริงๆ อะไรเลยเนี่ย...เราอยากให้คนแบบไหนทำงานให้ประเทศชาติของเราครับ” - สันติสุข มะโรงศรี Top News
3. ข้อมูลเพิ่มเติม สะท้อนตัวตน “ซุปเปอร์จี” ที่หลายท่านอาจไม่เคยทราบ
คุณชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (กรุ๊ปซีอีโอ) บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ เมื่อครั้งลาออกจากการเป็นซีอีโอ เพื่อไปรับตำแหน่ง รมว.พาณิชย์
“นึกคำของคุณแม่บอกว่า ถ้าเราทำอะไรเพื่อสังคมได้ควรจะทำ ตอนนี้งานที่หนักที่สุดของดุสิตธานี ที่คุณศุภจีช่วย ผ่านไปเกือบหมดแล้ว
แต่ตอนนี้ สิ่งที่ผมคิดว่า ต้องทำมากกว่าก็คือ จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจประเทศไทยดีขึ้น
ผมคิดว่าคุณอนุทินเลือกคนไม่ผิด พอคุณศุภจีถามผม ผมคิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็กลับไปคิดตามที่คุณแม่เคยพูด เราช่วยอะไรประเทศได้เราช่วย ก็เลยบอกโอเค คุณแต๋มเชิญเลย
ดังนั้น ในหลักการก็คือเรายินดี ยินดีที่ประเทศไทยและรัฐบาลนี้ จะได้คนที่ดี คนที่เก่งไปช่วยในประเทศ
ไม่รู้อีกหน่อยจะได้เป็นรองนายกฯ หรือเปล่า ถ้าเกิดผมพูดว่าจะเป็นนายกฯเดี๋ยวคุณอนุทินโกรธ (ขำ)
แต่ก็ในหลักการใหญ่ของผม คือ อยากจะบอกว่าพวกเราชาวดุสิตทุกคนต้องขอบคุณคุณศุภจี รักคุณศุภจีมาก เป็นคนหนึ่งในครอบครัว
ผมบอกคุณแต๋ม ตอนที่แกถามผมว่า แกขอไปได้ไหม เพราะรัฐบาลนี้คงอยู่ไม่นาน เพราะเขาสัญญาแล้วว่า เขาจะมีการเลือกตั้ง แล้วก็ทำอะไร อย่างมากก็ 6 - 7 เดือน 8 เดือน
พอความรับผิดชอบนั้นเสร็จ ผมไม่คิดว่าคุณศุภจีจะเป็นนักการเมืองนะ ดังนั้น ที่แกจะไปลงเล่นนักการเมือง ผมคิดว่าไม่ใช่
เพราะระยะหลัง ส่วนใหญ่ ถ้าตามหาคุณศุภจีไม่ได้ คืออยู่วัด ไปนั่งทำบุญ
...ผมก็บอกอย่างเดียวว่า คุณศุภจี พอภาระที่รับใช้ประเทศเสร็จ ... ก็ขอให้กลับมาที่ดุสิต ซึ่งคุณศุภจีก็สัญญา
ในนามของคณะกรรมการดุสิต ในนามของเพื่อนร่วมงานคุณศุภจี เราเป็นครอบครัวเดียวกัน พนักงานดุสิตธานีทุกคน ผมว่าพาร์ทเนอร์ และคนที่ทำธุรกิจกับเราทุกคน...
ขอบคุณคุณศุภจีมาก ใน 9 ปีกว่า ที่ทุ่มเทให้กับดุสิต...
ถ้าจบวาระจากการเป็นรัฐมนตรี อย่าเพิ่งไปบวช กลับมาที่ดุสิตธานี
ผมเคยเป็นตำแหน่ง CEO อยู่เกือบ 10 ปี แล้วก็ดีใจที่สุดที่ได้คุณศุภจี ตอนนี้ก็จะมาคล้ายๆ เป็นรักษาการอยู่สักพัก แล้วก็รอคุณศุภจีกลับ...” - คุณชนินทธ์ โทณวณิก กล่าวเมื่อเดือนกันยายน 2568
สารส้ม

‘ดร.เอ้’ ปราศรัยใหญ่โคราช จี้ ‘รถไฟความเร็วสูง’ ต้องเสร็จ ‘คุณหญิงกัลยา’ ชู ‘ชุมแพโมเดล’ แก้จน
ยศชนัน ประกาศยกเครื่อง ปทุมธานี ทั้งระบบ ชู มากกว่าพลัส 70:30 ให้เม็ดเงินหมุนเข้าระบบศก.ฐานราก
พีระพันธุ์ไล่บี้พรรคร่วมฯ เปิดปากตอบชัดๆ จะป้องหรือจะเป่า รัฐธรรมนูญ 60
'พี่คนดี'ร่ายกลอน 'เราภูมิใจ ความเป็นไทย ที่ไม่เท้ง'
ชาวเน็ตขำท้องแข็ง เขมร ฝึกทหารหรือฝึกละครโรงเรียน ชมคลิป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี